วันอังคารที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2559




สมุนไพรใกล้ตัว
ต้นคูน หรือ ต้นราชพฤกษ์
ต้นคูนหรือต้นราชพฤกษ์ เป็นต้นไม้ประจำชาติไทยที่ออกดอกสีเหลืองทองสวยอร่ามนี้ เชื่อว่าหลายๆคนคงเคยพบเห็นทั่วไปตามบ้านเรือนหรือตามสถานที่ต่าง ๆ แม้กระทั่งริมทาง เราก็สามารถพบเห็นได้โดยทั่วไป ลักษณะเด่นของต้นคูนหรือราชพฤกษ์นั้น จะสังเกตเห็นได้ง่ายก็ฤดูร้อนราว ๆ เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป จะเห็นดอกสีเหลืองย้อยระย้าสวยงามจับใจทีเดียวครับ  โดยเฉพาะในช่วงวันสงกรานต์ของทุกปี เราจะนิยมนำดอกคูนหรือราชพฤกษ์โปรยลงไปในขันน้ำหอมและนำน้ำหอมนั่นไปกราบไหว้ผู้ใหญ่ที่เรานับถือเป็นการรดน้ำดำหัวในช่วงนี้เลย
ลักษณะของต้นคูน :  ไม้ยืนต้น สูง 5-15 เมตร ใบประกอบแบบขนนกเรียงสลับ ใบย่อยรูปไข่หรือรูปวงรี กว้าง 4-8 ซม. ยาว 7-12 ซม. ดอกช่อออกที่ปลายกิ่ง ห้อยเป็นโคมระย้า กลีบดอกสีเหลือง ผลเป็นฝักกลม สีน้ำตาลเข้มหรือดำ  เปลือกแข็ง ผิวเรียบ ภายในมีผนังกั้นเป็นห้อง แต่ละห้องมีเมล็ด 1 เมล็ด หุ้มด้วยเนื้อสีดำเหนียว
ประโยชน์ทางสมุนไพร :  ตำรายาไทยใช้เนื้อหุ้มเมล็ดแก้ท้องผูก ขับเสมหะ ดอกแก้ไข้ เป็นยาระบาย แก่นขับพยาธิไส้เดือน พบว่าเนื้อหุ้มเมล็ดมีสารกลุ่มแอนทราควิโนน จึงมีสรรพคุณเป็นยาระบาย โดยนำเนื้อหุ้มเมล็ดซึ่งมีสีดำเหนียว ขนาดก้อนเท่าหัวแม่มือ (ประมาณ 4 กรัม) ต้มกับน้ำ ใส่เกลือเล็กน้อย ดื่มก่อนน้ำ ดื่มก่อนนอน มีข้อควรระวังเช่นเดียวกับชุมเห็ดเทศ
ความเชื่อว่าต้นคูนหรือต้นราชพฤกษ์ เป็นไม้มงคล และเป็นต้นไม้ประจำชาติไทยที่ออกดอกสีเหลืองทองสวยอร่ามนี้ คนไทยสมัยโบราณเชื่อกันว่า หากนำมาปลูกไว้ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของบ้าน จะช่วยให้ผู้ที่อยู่อาศัยในบ้านมีความเจริญรุ่งเรืองเป็นทวีคูณ นอกจากนี้ จะช่วยให้คนในบ้านมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ด้วย เพราะต้นราชพฤกษ์เป็นต้นไม้ประจำชาติไทย ส่วนใบของราชพฤกษ์ก็มักถูกนำไปใช้ทำพิธีสะเดาะเคราะห์ คนจึงเชื่อว่า ราชพฤกษ์เป็นต้นไม้ที่มีความศักดิ์สิทธิ์มากทีเดียว

ดังนั้น ต้นคูนหรือต้นราชพฤกษ์ นอกจากจะเป็นต้นไม้ประจำชาติไทยแล้ว ยังมีสรรพคุณเป็นพืชเป็นยาสมุนไพร รวมทั้งมีความเชื่อว่าเป็นไม้มงคลที่สมควรนำมาปลูกไว้ประจำบ้านเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวอีกด้วยครับ.

วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2559



สมุนไพรใกล้ตัว
มะตูม

มะตูม สมุนไพรไทยที่หลาย ๆ คน คงเคยรู้จักเป็นอย่างดี แต่จะมีใครบ้างรู้ว่าสรรพคุณของมะตูมและประโยขน์ของมะตูมนั้นมีมากมายเพียงใด และเชื่อว่าหลาย ๆ คนคงจะเคยกินน้ำมะตูมกันมาบ้างอย่างแน่นอน เพราะน้ำมะตูมนั้นจะมีกลิ่นหอม ดื่มแล้วจะทำให้ชุมคอแก้กระหายน้ำได้เป็นอย่างดี และนอกจากนั้นมะตูมยังเป็นอีกหนึ่งสมุนไพรไทยที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านดั้งเดิมที่ไม่เคยจางหาย แต่ทว่าสรรพคุณของมะตูม และประโยชน์ของมะตูม ยังคงไม่หมดแต่เพียงเท่านี้  วันนี้เราไปดูความเป็นมา สรรพคุณและประโยชน์ของมะตูม กันดีกว่า เพียงแค่คุณรู้วิธีและการนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์รับรองเลยว่าคุณจะมองเห็นสรรพคุณต่างๆ มากมายของสมุนไพรไทยใกล้ตัวเราจนอาจจะไม่ต้องเสียค่ายารักษาที่แพง ๆ อีกต่อไปก็ได้ เรามาดูความเป็นมา สรรพคุณ และประโยชน์ของมะตูม   สมุนไพรใกล้ตัวเราได้เลยครับ
มะตูม  เป็นไม้ยืนต้น สูง ๑๐ – ๑๕ เมตร เปลือกต้นมีสีเทา ใบ ประกอบแบบนิ้วมือ ออกเรียงสลับ มีใบย่อยด้วยกัน ๓ ใบ  ใบย่อยใบปลายเป็นรูปวงรี ปลายใบแหลม ใบบางเรียบเป็นมันเงา  ดอก ออกดอกเป็นช่อ หนึ่งดอกมี ๔ กลีบ ด้านในสีขาว ด้านนอกสีเขียวอ่อน มีกลิ่นหอม  ผล ทรงรีกลมหรือรียาว มีผิวเรียบเกลี้ยงเปลือกแข็งและหนา เนื้อในมีสีส้มอมเหลือง ผลนิ่ม และมีเมล็ดจำนวนมาก
สรรพคุณทางยา : ใบใส่แกงบวดเพื่อแต่งกลิ่นอาหาร
                           ผล นำผลที่โตเต็มที่มาฝานเป็นชิ้นบาง ๆ ตากแห้ง คั่วให้เหลือง ชงรับประทานแก้โรคลำไส้เรื้อรังในเด็ก แก้ท้องเดิน ท้องร่วง ท้องเสีย สำหรับผลที่แก่จัดให้นำมาเชื่อมรับประทานเป็นยาบำรุงกำลัง รักษาธาตุ ขับลม  ส่วนผลที่สุกเต็มที่แล้วรับประทานได้สดๆ เป็นยาระบายท้อง โดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุที่ท้องผูกเป็นประจำ  และราก แก้หืด หอบ แก้ไอ แก้ไข แก้มุตกิด และขับลม

วิธีการและปริมาณในการใช้ : นำผลโตเต็มที่มาฝานแล้วตากแห้ง คั่วให้เหลือง ชงน้ำดื่ม โดยใช้ ๒ – ๓ ชิ้น ชงในน้ำเดือดดื่มแทนน้ำชา หรือชงด้วยน้ำเดือด ๒ ถ้วนแก้ว ดื่มครั้งละครึ่งถ้วยแก้วก็ได้

วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2559



กระทือ
สมุนไพรกระทือ      มีชื่อ เช่น เฮียวแดง (แม่ฮ่องสอน)กระทือป่า กะแวน กะแอน แสมดำ เฮียวดำ แฮวดำ (ภาคเหนือ)ทือ กะทือ และอีทือ เป็นต้น
ลักษณะของกระทือ
ต้นกระทือจัดเป็นต้นประเภทไม้ล้มลุก มีลำต้นอยู่เหนือดินสูงราว 0.9-1.5 เมตร และมีเหง้าอยู่ใต้ดินเรียกว่า เหง้ากระทืหรือ หัวกระทือเปลือกนอกของเหง้ามีสีน้ำตาลแกมเหลือง ส่วนเนื้อในมีสีเหลืองอ่อน กลิ่นหอม มีรสขม ขื่น ปร่า และเผ็ดเล็กน้อย ต้นจะโทรมในหน้าแล้งแล้วจะงอกขึ้นใหม่ในหน้าฝน ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการใช้เหง้าหรือที่เรียกว่าหัว เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุย ในที่ที่มีความชื้นพอสมควร และมีแสงแดดส่องตลอดวัน พบขึ้นมากทางภาคใต้ ตามป่าดงดิบ ริมลำธารหรือชายป่า
ใบกระทือ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับในระนาบเดียวกัน ใบสีเขียวเข้ม ลักษณะของใบค้ลายรูปหอกแกมขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบและแผ่นใบเรียบ ด้านล่างของใบมักมีขนนุ่ม ใบกว้างประมาณ 5-7.5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 20-30 เซนติเมตร ที่ก้านใบเป็นกาบหุ้มลำต้น
ดอกกระทือ ออกดอกเป็นช่อแทงออกมาจากเหง้าขึ้นมา ลักษณะของช่อดอกเป็นรูปทรงกระบอก มีกลีบดอกสีขาวนวลออกเหลือง  มีใบประดับขนาดใหญ่สีเขียวแกมแดงเรียงซ้อนกันหนาแน่นและเป็นระเบียบ  โคนเชื่อมติดกันเป็นหลอด
ผลกระทือ มีลักษณะเป็นเมล็ดสีดำ ผลค่อนข้างกลม ผลแห้งแตก ติดอยู่ในประดับ และมีเนื้อสีขาวบางหุ้มเมล็ด
สรรพคุณของกระทือ  สรรพคุณของเหง้าใช้เป็นยาบำรุงกำลัง ช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย (ดอก) ช่วยขับน้ำย่อย ช่วยให้เจริญอาหาร (เหง้า) ช่วยแก้อาการเบื่ออาหาร ช่วยให้เจริญอาหาร ทำให้สามารถรับประทานอาหารมีรสได้ (ต้น) ช่วยแก้โรคผอมแห้ง ผอมเหลือง (ดอก) ช่วยขับเลือดเน่าร้ายในเรือนไฟ (ใบ)  แก้เบาเป็นโลหิต (ใบ) มีการใช้เหง้ากระทือในตำรับยา พิกัดตรีผลธาตุซึ่งประกอบไปด้วย เหง้ากระทือ เหง้าไพล หัวตะไคร้หอม โดยตำรับยานี้มีสรรพคุณช่วยบำรุงธาตุไฟ แก้ไข้ตัวร้อน และช่วยแก้เลือดกำเดาไหล (เหง้า) ช่วยแก้อาการแน่นหน้าอก (เหง้า)  กระทือ สรรพคุณช่วยแก้ไข้ (ต้น) ช่วยแก้ไข้เรื้อรัง (ดอก) ช่วยแก้ไข้ต่าง ๆ แก้ไข้ตัวร้อน แก้ไข้ตัวเย็นที่รู้สึกร้อนภายใน (ราก) และนอกจากนี้ยังช่วยแก้เสมหะเป็นพิษ (เหง้า) อีกด้วย
                นอกจากกระทือจะเป็นพืชสมุนไพรใกล้ตัว หรือใกล้ครัวแล้ว  กระทือยังสามารถนำมาประกอบอาหารในครัวได้อีกด้วย โดยเฉพาะยอดและลำต้นของกระทือ นำมาลอกปลอกเปลือกออกจะได้ลำต้นอ่อนลักษณะเดียวกันกับข่า นำมาต้มหรือนึ่งกับปลา จิ้มน้ำพริกรับประทาน ก็แสนจะอร่อยทีเดียว

            แถบบ้านของผมมีกระทือเยอะมาก ผมจึงเก็บมารับประทานเป็นผัก และได้ประโยชน์เป็นยาสมุนไพรใกล้ครัวอีกด้วย...


วันอังคารที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

รางจืด

รางจืด เป็นชื่อของพืชสมุนไพรประเภทไม้เลื้อยหรือไม้เถา มีลักษณะเนื้อแข็ง เลื้อยพาดพันไปตามต้นไม้ เถาจะมีลักษณะเป็นข้อปล้องกลมมีสีเขียวสดหรือสีเขียวเข้ม ดอกจะเป็นสีม่วงอ่อนๆหรือสีคราม ออกดอกเป็นช่อห้อยลงตามซอกใบ มีสรรพคุณทางยาในด้านการถอนพิษต่างๆ




รางจืด

วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ลูกใต้ใบ

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ล้มลุก สูง 10 - 60 เซนติเมตร ทุกส่วนมีรสขม  ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อย 20 - 25 ใบ โคนใบมนแคบ ปลายใบมนกว้าง มีหูใบสีขาวนวลรูปสามเหลี่ยม ปลายแหลมเกาะติด 2 อัน ก้านใบสั้น, ดอกสีขาวเล็ก, ผล รูปทรงกลมสีเขียวอ่อน ผิวเรียบ เมื่อแก่จะแตกเป็น 6 พู แต่ละพูมีเมล็ดสีน้ำตาล 1 เมล็ด
   วิธีรักษา : ใช้แก้ไข้ ลดความร้อน และขับปัสสาวะ
   ปริมาณที่ใช้ : ใช้ต้นสด 1 กำมือ ต้มกับน้ำ 2 ถ้วย เคี่ยวให้เหลือ 1 ถ้วยครึ่ง รับประทานครั้งละครึ่งถ้วย
              ชมภาพจากวีดีโอ..

ลูกใต้ใบ