แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ยาพื้นบ้าน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ยาพื้นบ้าน แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2559

บุก สมุนไพรใกล้ตัว

บุก เป็นพืชล้มลุกชนิดหนึ่ง ซึ่งฤดูแล้งส่วนต้นจะตาย เหลือหัวอยู่ใต้ดิน เมื่อเข้าฤดูฝน ใบบุกจะโผล่เดี่ยวๆขึ้นมาจากหัวบุก ลักษณะคล้ายใบมะละกอ มีสีเขียวเข้ม บางชนิดมีก้านใบ เป็นลวดลาย ทั้งลายเส้นตรง ลายกระสลับสี ลายด่างสลับสี บางชนิดสีเขียวล้วน น้ำตาลล้วน บางชนิดมีหนามอ่อนๆ  ส่วนใหญ่นำต้นอ่อนและช่อดอกมาปรุงเป็นอาหารตามฤดูกาล

กลอย สมุนไพรใกล้ตัว


กลอย  เป็นไม้เถาล้มลุก อาศัยเลื้อยเกาะพันต้นไม้อื่น ๆ มีหัวใต้ดิน ลึกประมาณ 10-15 เซนติเมตร ลำต้นกลมมีหนามเล็กๆกระจายทั่วไป และมีขนนุ่มๆ สีขาวปกคลุม มีรากเจริญเป็นหัวสะสมอาหารอยู่ใต้ดิน
สรรพคุณ    ตำรายาไทย  ใช้  หัวใต้ดิน แก้เถาดาน (อาการแข็งเป็นลำในท้อง) หุงเป็นน้ำมันใส่แผล กัดฝ้า กัดหนอง  ราก บดผสมกับน้ำมันมะพร้าว ใบยาสูบ ใบลำโพงหรือพริก ใช้ทาหรือพอกฆ่าหนอนในแผลสัตว์เลี้ยง หัว ตากแห้ง ปรุงเป็นยาแก้น้ำเหลืองเสีย ขับปัสสาวะ แก้ปวดตามข้อ ฝีมะม่วง โรคซิฟิลิส

วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2559

ดีปลากั้ง : สมุนไพรใกล้ตัว

ดีปลากั้ง


สมุนไพรดีปลากั้ง  ชื่อพื้นเมือง : ดีปลากั้ง, บีปลาข่อ, ดีปลาข่อ  ลักษณะทั่วไป:  เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กกึ่งล้มลึก ลำต้นตรง เปลือกต้นสีเทา เรียบ สูงราว 30-100 ซม. พืชชนิดนี้ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด  สรรพคุณ :ราก - ต้มแก้ไข้และแก้หืดหอบ โรคความดัน    ลำต้น - ต้มบำรุงโลหิตบำรุงธาตุขับลมในลำไส้ ใบใช้ปรุงอาหาร มีรสขม  ใบอ่อน - ยอดสดรับประทานกับอาหารประเภท ลาบ  ป่น  แก้โรคเบาหวานดอกใช้เป็นยาขับลมในลำใส้  ทำให้ผายลมและเรอ
       ใบมีรสชาดออกขมอมหวาน..หากใครกินขมไม่ค่อยได้แนะนำให้ตากแห้งแล้วบดเป็นผงบรรจุแคปซูลไปเลยครับ...หรือว่าจะผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอนทาน

วันอังคารที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2559

ตะไคร้หอม สมุนไพรใกลัตัว


ตะไคร้หอม  เป็นพืชใบเลี้ยง จัดเป็นพืชตระกูลเดียวกันกับตะไคร้บ้าน แต่มีกลิ่นหอมฉุนที่แรงกว่า นิยมนำมาสกัดน้ำมันหอมระเหย ต้มน้ำดื่ม ทำธูป และใช้ในการป้องกัน และกำจัดแมลงศัตรูพืช
การใช้ประโยชน์จากตะไคร้หอม
ตะไคร้หอมเป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่มีน้ำมันหอมระเหยสูงกว่าตะไคร้บ้าน พบในส่วนใบ กาบใบ และลำต้น มีสรรพคุณทางยา ใช้แก้ริดสีดวงในปาก ปากแตกระแหง แผลในปาก ขับลมในกระเพราะ ลำไส้ แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ

น้อยหน่า สมุนไพรใกล้ตัว


น้อยหน่า  เป็นไม้ยืนต้น สูง 3-5 เมตร
ประโยชน์ทางสมุนไพร :  ตำรายาไทยใช้ใบสดและเมล็ดฆ่าเหา โดยใช้เมล็ดประมาณ 10 เมล็ด หรือใบสดประมาณ 1 กำมือ (15 กรัม) ตำให้ละเอียด ผสมกับน้ำมันมะพร้าวพอแฉะ ขยี้ให้ทั่วศีรษะ ใช้ผ้าคลุมโพกไว้ประมาณ 10 นาทีถึงครึ่งชั่วโมง ใช้หวีสางเหาออก สระผมให้สะอาด (ระวังอย่าให้เข้าตา เพราะจะทำให้ตาอักเสบและแสบได้) ใช้รักษาหิด กลากและเกลื้อนด้วย

วันจันทร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2559

สมุนไพรใกล้ตัว ฟ้าทะลายโจร



ฟ้าทะลายโจร ลักษณะเป็นไม้ล้มลุก สูง30-60  ซม.ทั้งต้นมีรสขม ลำต้นเป็นสี่เหลี่ยม แตกกิ่งออกเป็นพุ่ม
 ประโยชน์ทางสมุนไพร :  ชาวจีนใช้ฟ้าทะลายเป็นยามาแต่โบราณ และมาเป็นที่นิยมใช้ในประเทศไทยเมื่อไม่นานมานี้ โดยใช้เฉพาะใบหรือทั้งต้นบนดินซึ่งเก็บก่อนที่จะมีดอกเป็นยาแก้เจ็บคอ  แก้ท้องเสีย แก้ไข้ เป็นยาขมเจริญอาหาร

ยูคาลิสตัส..พืชสมุนไพรใกล้ตัว



ต้นยูคาลิปตัส จัดเป็นไม้ยืนต้น ลำต้นตั้งตรงมีความสูงได้ประมาณ 10-25 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มหนาทึบค่อนข้างกลม แตกกิ่งก้านมาก เปลือกต้นบางเรียบเป็นมันและลอกออกง่าย สรรพคุณของยูคาลิปตัส ใบและเปลือกราก มีรสขมเผ็ด กลิ่นหอม เป็นยาเย็น ออกฤทธิ์ต่อปอด ลำไส้ และทางเดินปัสสาวะ ใช้ใบเป็นยาแก้ไข้ ไข้หวัดติดเชื้อ ไข้หวัดใหญ่ ช่วยขับเสมหะ ช่วยบรรเทาอาการข้ออักเสบ ช่วยแก้กระเพาะปัสสาวะอักเสบ แก้โรคผิวหนัง กลากเกลื้อน ผดผื่นคัน ผิวหนังอักเสบ ติดเชื้อไวรัสบริเวณผิวหนัง ช่วยแก้ฝีมีหนองอักเสบ ฝีหัวช้าง น้ำมันยูคาลิปตัสนำมาใช้ทาคอ จะช่วยแก้ไอ หรือใช้อมแก้หวัดคัดจมูก ใช้ทาถูนวดตามอวัยวะต่าง ๆ เพื่อแก้อาการฟกช้ำ

วันศุกร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2559

สัปปะรด สมุนไพรใกล้ตัว

สัปปะรด


สัปปะรด ลักษณะเป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี สูง 90-100 ซม. มีลำต้นอยู่ใต้ดิน ใบ  เดี่ยว เรียงสลับซ้อนกันถี่มากรอบต้น กว้าง 6.5 ซม. ยาวได้ถึง 1 เมตร ไม่มีก้านใบ ดอก  ช่อ ออกจากกลางต้น มีดอกย่อยจำนวนมาก ผล  เป็นผลรวม รูปทรงกระบอก มีใบเป็นกระจุกที่ปลายผล
ประโยชน์ทางสมุนไพร : ตำรายาไทยใช้เนื้อผลเป็นยาแก้ไอขับเสมหะ เหง้าเป็นยาขับปัสสาวะ แก้นิ่ว พบว่าลำต้น และผลมีเอนไซม์ย่อยโปรตีน ใช้เป็นยาลดการอักเสบและบวมจากการถูกกระแทกบาดแผล หรือการผ่าตัด

วันอังคารที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2559

สมุนไพรใกล้ตัว

ชุมเห็ดเทศ

ลักษณะของชุมเห็ดเทศ
ต้นชุมเห็ดเทศ จัดเป็นไม้พุ่มขนาดกลาง ความสูงของต้นประมาณ 2-3 เมตร ลำต้นแตกกิ่งก้านเป็นแนวขนานกับพื้นดิน กิ่งจะแผ่ออกทางด้านข้าง มีขนสั้นนุ่ม เปลือกลำต้นเรียบเป็นสีน้ำตาล ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด ชอบขึ้นตามที่ชุ่มชื้น ไม่ชอบที่ร่ม สามารถขึ้นได้ในดินทุกชนิด พรรณไม้ชนิดนี้ไม่ต้องการความเอาใจใส่ ปลูกแล้วปล่อยทิ้งไว้ให้โตขึ้นเองได้ พบขึ้นได้ทั่วไปในประเทศไทย ทั้งบนที่ราบหรือบนภูเขาสูงจนถึง 1,500 เมตร
ใบชุมเห็ดเทศ ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ ออกเรียงสลับกัน มีใบย่อยประมาณ 8-20 คู่ ลักษณะของใบย่อยเป็นรูปขอบขนานแกมรูปรี ปลายใบโค้งมนหรือหยัก โคนใบมนเว้าเข้าหากันเล็กน้อย โคนใบทั้งสองด้านไม่เท่ากัน ส่วนขอบใบเรียบเป็นสีแดง ใบย่อยมีขนาดกว้างประมาณ 5-7 เซนติเมตร และยาวประมาณ 5-15 เซนติเมตร เนื้อใบค่อนข้างหนา หยาบและเหนียว แก่นกลางใบหนา ก้านใบรวมยาวประมาณ 30-60 เซนติเมตร ส่วนก้านใบประกอบยาวประมาณ 2 เซนติเมตร มีหูใบลักษณะเป็นรูปติ่งหู สามเหลี่ยม ยาวประมาณ 6-8 มิลลิเมตร ติดทน เมื่อนำมาใบอบให้แห้งแล้วจะเป็นสีน้ำตาลอมเขียวถึงสีน้ำตาล ส่วนผงที่ได้เป็นสีน้ำตาลอมเขียว มีกลิ่นอ่อน ๆ รสเบื่อเอียนและขมเล็กน้อย
ดอกชุมเห็ดเทศ ออกดอกเป็นช่อใหญ่ตั้ง โดยะจออกตามซอกใบและตามปลายกิ่ง ช่อดอกเป็นแบบช่อกระจะ แคบ ๆ ยาวประมาณ 20-50 เซนติเมตร ดอกเป็นสีเหลืองทอง มีกลีบดอก 5 กลีบ กลีบดอกมีลักษณะเป็นรูปไข่เกือบกลมหรือเป็นรูปช้อน ยาวประมาณ 2 เซนติเมตร มีก้านกลีบสั้น ดอกมีเกสรเพศผู้ประมาณ 9-10 อัน โดยมีเกสรอันยาว 2 อัน (ก้านเกสรหนา ยาวประมาณ 4 มิลลิเมตร อับเรณูยาวประมาณ 1.2-1.3 เซนติเมตร) เกสรอันสั้น 4 อัน (ก้านเกสรจะยาวประมาณ 2 มิลลิเมตร อับเรณูยาวประมาณ 4-5 มิลลิเมตร) และเกสรเพศผู้ที่ลดรูปอีก 4 อัน อับเรณูเปิดที่ปลาย รังไข่เกลี้ยง มีออวุลจำนวนมาก ยอดเกสรมีขนาดเล็ก มีใบประดับเป็นสีน้ำตาลแกมสีเหลือง หุ้มดอกที่ยังไม่บาน ใบประดับมีลักษณะเป็นรูปรี ยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร หลุดร่วงได้ง่าย ก้านดอกสั้น ยาวประมาณ 2-4 มิลลิเมตร ดอกมีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ เรียงซ้อนเหลื่อมในตาดอก ลักษณะเป็นรูปขอบขนาน มีความยาวไม่เท่ากัน โดยจะยาวประมาณ 1-2 เซนติเมตร
ผลชุมเห็ดเทศ ผลมีลักษณะเป็นฝักรูปแถบ ยาว แบน และเกลี้ยงไม่มีขน ฝักมีขนาดยาวประมาณ 10-20 เซนติเมตร และกว้างประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร มีสันหรือปีกกว้าง 4 ปีก ปีกกว้างประมาณ 5 มิลลิเมตร ตามความยาวของฝัก ฝักมีผนังกั้น ฝักเมื่อแก่จะเป็นสีดำและแตกตามยาว ภายในฝักมีเมล็ดประมาณ 50-60 เมล็ด ลักษณะของเมล็ดรูปสามเหลี่ยมสีดำ มีผิวขรุขระ เมล็ดมีขนาดกว้างประมาณ 5-8 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 7-10 มิลลิเมตร
สรรพคุณของชุมเห็ดเทศ
ราก ชุมเห็ดเทศใช้ผสมยาบำรุงธาตุ ช่วยทำให้เจริญอาหาร
ใบ ทำเป็นใบชาชุมเห็ดเทศนำมาชงกับน้ำดื่มเป็นยาบำรุงหัวใจ ลดไขมันในเส้นเลือด ลดความดันโลหิต ลดระดับน้ำตาลในเลือดด้วยการใช้ใบสดหรือแห้ง แก้เส้นประสาทอักเสบ ใบมีกลิ่นฉุน นำมาต้มกับน้ำ ใช้เป็นยาอมบ้วนปาก
เมล็ด  ช่วยแก้อาการนอนไม่หลับ ช่วยแก้ตานซาง ถ่ายพิษตานซาง
ราก ช่วยรักษาโรคตาเหลือง
ทั้งต้น ช่วยแก้ดีซ่าน
ใบและดอก นำมาต้มกับน้ำรับประทานเป็นยาแก้หืด ขับเสมหะในรายที่หลอดลมอักเสบ
รากและทั้งต้น มีสรรพคุณเป็นยาถ่ายเสมหะ
เปลือกต้น มีสรรพคุณเป็นยาสมานท้อง

นอกจากนี้เปลือกต้น ราก และผลก็มีสรรพคุณเป็นยาระบายท้องเช่นกัน ส่วนต้น ราก ใบ ดอก และเมล็ดใช้เป็นยารักษาอาการท้องผูก

วันเสาร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2559

สมุนไพรใกล้ตัว

ชะอม
ต้นชะอม ทุกท่านคงรู้จักกันดี โดยเฉพาะกลิ่นจากยอดชะอมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวจริงๆ เป็นพืชชนิดไม้พุ่ม พบว่ามีถิ่นกำเนิดแถวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชะอมจะมีหนามที่ลำต้นและกิ่งก้าน ใบของชะอม มีสีเขียวขนาดเล็ก ก้านใบย่อยแตกออกจากแกนกลางใบ ใบอ่อนของชะอมจะมีกลิ่นฉุน ปลายของใบชะอมจะแหลมขอบใบเรียบ ส่วนดอกของชะอม มีขนาดเล็กและออกตามซอกใบมีสีขาวนวล ชะอมสามารถขยายพันธ์ได้ โดยการปักชำ การเพาะเมล็ด การตอนกิ่ง หรือการโน้มกิ่งลงดิน ชะอมนิยมนำมาทำเป็นส่วนประกอบการทำอาหาร เช่น ไข่ทอดชะอม (โดยเฉพาะกับน้ำพริกปลาทู) แกงส้มชะอมกุ้ง ชะอมชุบไข่  แกงส้มชะอมไข่ นำมาลวกเป็นผักจิ้มกับน้ำพริก เป็นต้น จากการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์ พบว่าชะอม มีคุณค่าทางโภชนาการ ประกอบด้วย ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินบีวิตามินบีวิตามินซี
ชะอม มีสรรพคุณป้องกันมะเร็ง มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความร้อนในร่างกาย ช่วยบำรุงเส้นผม  เป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยในการขับถ่าย ป้องกันโรคท้องผูก ช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ปวดท้อง และช่วยขับลมในลำไส้ ช่วยบำรุงเส้นเอ็น ช่วยแก้อาการลิ้นอักเสบ
     ชะอมเป็นพืชที่ปลูกง่าย แค่นำกิ่งสด ๆ ของชะอมมาปลูกลงดินในช่วงฤดูฝน ชะอมก็สามารถจะเจริญเติบโตได้โดยง่าย หรืออาจจะนำกิ่งชะอมมาปักชำใส่ถุงดำพักไว้ในร่มรำไร ชะอมก็จะงอกรากแล้วนำไปปลูกก็ได้  และหรือหากขยันสักหน่อยก็ใช้วิธีการตอนกิ่งชะอมซะเลย..รากงอกได้ดีในฤดูฝน จากนั้นจึงนำไปลงปลูกในหลุมต่อไป
สรรพคุณของชะอม สามารถนำมาใช้ประโยชน์ ได้แก่ ยอดชะอม และรากชะอม
ยอดชะอม จะมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันมะเร็ง ช่วยลดความร้อนภายในร่างกาย เป็นยาอายุวัฒนะ  ช่วยในการขับถ่าย แก้โรคท้องผูก ช่วยบำรุงเส้นผม
รากชะอม จะมีสรรพคุณช่วยแก้อาการท้องอีดท้องเฟ้อ ลดการปวดท้อง
และช่วยขับลมในลำไส้  ช่วยบำรุงเส้นเอ็น ช่วยแก้อาการลิ้นอักเสบเป็นผื่นแดง


ข้อควรระวังในการบริโภคชะอม
1. ชะอมจะทำให้น้ำนมแห้ง คุณแม่หลังคลอดไม่ควรรับประทาน
2. การรับประทานชะอม ในช่วงฤดูฝน ชะอม อาจมีรสเปรี้ยว อาจทำให้ปวดท้องได้
3. ชะอมมีกรดยูริก หากรับประทานมากๆ อาจทำให้เป็นโรคเกาต์ ทำให้ปวดกระดูก คนที่เป็นโรคเกาต์ไม่ควรบริโภคชะอม


วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2559



สมุนไพรใกล้ตัว
มะตูม

มะตูม สมุนไพรไทยที่หลาย ๆ คน คงเคยรู้จักเป็นอย่างดี แต่จะมีใครบ้างรู้ว่าสรรพคุณของมะตูมและประโยขน์ของมะตูมนั้นมีมากมายเพียงใด และเชื่อว่าหลาย ๆ คนคงจะเคยกินน้ำมะตูมกันมาบ้างอย่างแน่นอน เพราะน้ำมะตูมนั้นจะมีกลิ่นหอม ดื่มแล้วจะทำให้ชุมคอแก้กระหายน้ำได้เป็นอย่างดี และนอกจากนั้นมะตูมยังเป็นอีกหนึ่งสมุนไพรไทยที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านดั้งเดิมที่ไม่เคยจางหาย แต่ทว่าสรรพคุณของมะตูม และประโยชน์ของมะตูม ยังคงไม่หมดแต่เพียงเท่านี้  วันนี้เราไปดูความเป็นมา สรรพคุณและประโยชน์ของมะตูม กันดีกว่า เพียงแค่คุณรู้วิธีและการนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์รับรองเลยว่าคุณจะมองเห็นสรรพคุณต่างๆ มากมายของสมุนไพรไทยใกล้ตัวเราจนอาจจะไม่ต้องเสียค่ายารักษาที่แพง ๆ อีกต่อไปก็ได้ เรามาดูความเป็นมา สรรพคุณ และประโยชน์ของมะตูม   สมุนไพรใกล้ตัวเราได้เลยครับ
มะตูม  เป็นไม้ยืนต้น สูง ๑๐ – ๑๕ เมตร เปลือกต้นมีสีเทา ใบ ประกอบแบบนิ้วมือ ออกเรียงสลับ มีใบย่อยด้วยกัน ๓ ใบ  ใบย่อยใบปลายเป็นรูปวงรี ปลายใบแหลม ใบบางเรียบเป็นมันเงา  ดอก ออกดอกเป็นช่อ หนึ่งดอกมี ๔ กลีบ ด้านในสีขาว ด้านนอกสีเขียวอ่อน มีกลิ่นหอม  ผล ทรงรีกลมหรือรียาว มีผิวเรียบเกลี้ยงเปลือกแข็งและหนา เนื้อในมีสีส้มอมเหลือง ผลนิ่ม และมีเมล็ดจำนวนมาก
สรรพคุณทางยา : ใบใส่แกงบวดเพื่อแต่งกลิ่นอาหาร
                           ผล นำผลที่โตเต็มที่มาฝานเป็นชิ้นบาง ๆ ตากแห้ง คั่วให้เหลือง ชงรับประทานแก้โรคลำไส้เรื้อรังในเด็ก แก้ท้องเดิน ท้องร่วง ท้องเสีย สำหรับผลที่แก่จัดให้นำมาเชื่อมรับประทานเป็นยาบำรุงกำลัง รักษาธาตุ ขับลม  ส่วนผลที่สุกเต็มที่แล้วรับประทานได้สดๆ เป็นยาระบายท้อง โดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุที่ท้องผูกเป็นประจำ  และราก แก้หืด หอบ แก้ไอ แก้ไข แก้มุตกิด และขับลม

วิธีการและปริมาณในการใช้ : นำผลโตเต็มที่มาฝานแล้วตากแห้ง คั่วให้เหลือง ชงน้ำดื่ม โดยใช้ ๒ – ๓ ชิ้น ชงในน้ำเดือดดื่มแทนน้ำชา หรือชงด้วยน้ำเดือด ๒ ถ้วนแก้ว ดื่มครั้งละครึ่งถ้วยแก้วก็ได้

วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2559



กระทือ
สมุนไพรกระทือ      มีชื่อ เช่น เฮียวแดง (แม่ฮ่องสอน)กระทือป่า กะแวน กะแอน แสมดำ เฮียวดำ แฮวดำ (ภาคเหนือ)ทือ กะทือ และอีทือ เป็นต้น
ลักษณะของกระทือ
ต้นกระทือจัดเป็นต้นประเภทไม้ล้มลุก มีลำต้นอยู่เหนือดินสูงราว 0.9-1.5 เมตร และมีเหง้าอยู่ใต้ดินเรียกว่า เหง้ากระทืหรือ หัวกระทือเปลือกนอกของเหง้ามีสีน้ำตาลแกมเหลือง ส่วนเนื้อในมีสีเหลืองอ่อน กลิ่นหอม มีรสขม ขื่น ปร่า และเผ็ดเล็กน้อย ต้นจะโทรมในหน้าแล้งแล้วจะงอกขึ้นใหม่ในหน้าฝน ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการใช้เหง้าหรือที่เรียกว่าหัว เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุย ในที่ที่มีความชื้นพอสมควร และมีแสงแดดส่องตลอดวัน พบขึ้นมากทางภาคใต้ ตามป่าดงดิบ ริมลำธารหรือชายป่า
ใบกระทือ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับในระนาบเดียวกัน ใบสีเขียวเข้ม ลักษณะของใบค้ลายรูปหอกแกมขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบและแผ่นใบเรียบ ด้านล่างของใบมักมีขนนุ่ม ใบกว้างประมาณ 5-7.5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 20-30 เซนติเมตร ที่ก้านใบเป็นกาบหุ้มลำต้น
ดอกกระทือ ออกดอกเป็นช่อแทงออกมาจากเหง้าขึ้นมา ลักษณะของช่อดอกเป็นรูปทรงกระบอก มีกลีบดอกสีขาวนวลออกเหลือง  มีใบประดับขนาดใหญ่สีเขียวแกมแดงเรียงซ้อนกันหนาแน่นและเป็นระเบียบ  โคนเชื่อมติดกันเป็นหลอด
ผลกระทือ มีลักษณะเป็นเมล็ดสีดำ ผลค่อนข้างกลม ผลแห้งแตก ติดอยู่ในประดับ และมีเนื้อสีขาวบางหุ้มเมล็ด
สรรพคุณของกระทือ  สรรพคุณของเหง้าใช้เป็นยาบำรุงกำลัง ช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย (ดอก) ช่วยขับน้ำย่อย ช่วยให้เจริญอาหาร (เหง้า) ช่วยแก้อาการเบื่ออาหาร ช่วยให้เจริญอาหาร ทำให้สามารถรับประทานอาหารมีรสได้ (ต้น) ช่วยแก้โรคผอมแห้ง ผอมเหลือง (ดอก) ช่วยขับเลือดเน่าร้ายในเรือนไฟ (ใบ)  แก้เบาเป็นโลหิต (ใบ) มีการใช้เหง้ากระทือในตำรับยา พิกัดตรีผลธาตุซึ่งประกอบไปด้วย เหง้ากระทือ เหง้าไพล หัวตะไคร้หอม โดยตำรับยานี้มีสรรพคุณช่วยบำรุงธาตุไฟ แก้ไข้ตัวร้อน และช่วยแก้เลือดกำเดาไหล (เหง้า) ช่วยแก้อาการแน่นหน้าอก (เหง้า)  กระทือ สรรพคุณช่วยแก้ไข้ (ต้น) ช่วยแก้ไข้เรื้อรัง (ดอก) ช่วยแก้ไข้ต่าง ๆ แก้ไข้ตัวร้อน แก้ไข้ตัวเย็นที่รู้สึกร้อนภายใน (ราก) และนอกจากนี้ยังช่วยแก้เสมหะเป็นพิษ (เหง้า) อีกด้วย
                นอกจากกระทือจะเป็นพืชสมุนไพรใกล้ตัว หรือใกล้ครัวแล้ว  กระทือยังสามารถนำมาประกอบอาหารในครัวได้อีกด้วย โดยเฉพาะยอดและลำต้นของกระทือ นำมาลอกปลอกเปลือกออกจะได้ลำต้นอ่อนลักษณะเดียวกันกับข่า นำมาต้มหรือนึ่งกับปลา จิ้มน้ำพริกรับประทาน ก็แสนจะอร่อยทีเดียว

            แถบบ้านของผมมีกระทือเยอะมาก ผมจึงเก็บมารับประทานเป็นผัก และได้ประโยชน์เป็นยาสมุนไพรใกล้ครัวอีกด้วย...


วันอังคารที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

รางจืด

รางจืด เป็นชื่อของพืชสมุนไพรประเภทไม้เลื้อยหรือไม้เถา มีลักษณะเนื้อแข็ง เลื้อยพาดพันไปตามต้นไม้ เถาจะมีลักษณะเป็นข้อปล้องกลมมีสีเขียวสดหรือสีเขียวเข้ม ดอกจะเป็นสีม่วงอ่อนๆหรือสีคราม ออกดอกเป็นช่อห้อยลงตามซอกใบ มีสรรพคุณทางยาในด้านการถอนพิษต่างๆ




รางจืด

วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ลูกใต้ใบ

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ล้มลุก สูง 10 - 60 เซนติเมตร ทุกส่วนมีรสขม  ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อย 20 - 25 ใบ โคนใบมนแคบ ปลายใบมนกว้าง มีหูใบสีขาวนวลรูปสามเหลี่ยม ปลายแหลมเกาะติด 2 อัน ก้านใบสั้น, ดอกสีขาวเล็ก, ผล รูปทรงกลมสีเขียวอ่อน ผิวเรียบ เมื่อแก่จะแตกเป็น 6 พู แต่ละพูมีเมล็ดสีน้ำตาล 1 เมล็ด
   วิธีรักษา : ใช้แก้ไข้ ลดความร้อน และขับปัสสาวะ
   ปริมาณที่ใช้ : ใช้ต้นสด 1 กำมือ ต้มกับน้ำ 2 ถ้วย เคี่ยวให้เหลือ 1 ถ้วยครึ่ง รับประทานครั้งละครึ่งถ้วย
              ชมภาพจากวีดีโอ..

ลูกใต้ใบ