วันจันทร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2560

พุทธรักษากินหัว : พืชที่เป็นอาหารและไม้ประดับ รวมทั้งเป็นสมุนไพรรักษาอาก...

ชื่ออื่น : สาคูมอญ (ภาคกลาง), พุทธรักษากินหัว (กรุงเทพฯ), พุทธสร (ภาคเหนือ), สาคูหัวข่า (ภาคตะวันออกเฉียงใต้), บัวละวง (ลพบุรี) เป็นต้น
พุทธรักษากินได้ เป็นพุทธรักษาชนิดหนึ่งที่นิยมนำหัวหรือเหง้าใต้ดินมาทำเป็นแป้งสำหรับทำขนมหรือของหวาน ซึ่งบางท้องถิ่นเรียกว่า สาคูหรือสาคูจีน แต่จะเป็นคนละชนิดกับต้นสาคูที่พบในภาคใต้
พุทธรักษากินได้ เป็นพุทธรักษาที่มีเหง้าขยายใหญ่จนเรียกว่าเป็นหัวที่สมบูรณ์ได้ หัวพุทธรักษาชนิดนี้จะมีลักษณะเป็นแง่ง คล้ายแง่งข่า มีทั้งเยื่อหุ้มสีน้ำตาลซึ่งเรียกว่า พันธุ์ไทยเขียว ให้ดอกสีสีส้ม และเยื่อหุ้มมีสีน้ำตาล และแกมด้วยสีม่วง เรียกว่า พันธุ์ไทยม่วง ให้ดอกสีแดง ส่วนเนื้อภายในมีสีขาวที่เกิดจากการสะสมของแป้ง และแตกต่างจากพุทธรักษากินไม่ได้ คือ ลำต้นมีความสูงมากกว่าพุทธรักษาทั่วไป ใบมีขนาดใหญ่กว่า และจุดเด่นสำคัญ คือ โคนกาบหุ้มลำต้น และขอบใบจะมีสีม่วงแดง
ลักษณะของพุทธรักษากินหัว
ต้นจัดเป็นไม้ล้มลุก มีอายุได้หลายปี ลำต้นบนดินมีลักษณะตั้งตรง มีความสูงได้ประมาณ 1.5-2.5 เมตร ส่วนลำต้นที่อยู่ใต้ดินมีลักษณะเป็นเหง้าทอดแผ่ แตกแขนง ปล้องสั้นเป็นรูปทรงกระบอก
ใบพุทธรักษากินหัว ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ลักษณะของใบเป็นรูปขอบขนานหรือรูปวงรีแกมขอบขนาน ใบมีขนาดกว้างประมาณ 15-25 เซนติเมตร และยาวประมาณ 35-60 เซนติเมตร แผ่นใบเป็นสีเขียวเข้ม ขอบใบเป็นสีม่วงเข้ม กาบใบมีแถบสีม่วงเข้ม
ดอกพุทธรักษากินหัว ออกดอกเป็นช่อ โดยจะออกที่ปลายกิ่ง ดอกย่อยมีหลายดอก กลีบดอกเป็นสีส้มแดง มีเกสรเพศผู้ที่เป็นหมันมีลักษณะคล้ายกลีบดอกสีแดงสด
ผลพุทธรักษากินหัว ผลเป็นผลแห้งและแตกได้เป็นพู 3 พู ภายในมีเมล็ดสีน้ำตาล ผิวเมล็ดมัน
สรรพคุณของพุทธรักษากินหัว
ตำรายาพื้นบ้านล้านนาจะใช้เหง้าสดซึ่งมีรสขมมาก ขนาดยาวประมาณ 0.5 เซนติเมตร กินเป็นยาแก้อาการปวดมวนในท้อง
ประโยชน์ของพุทธรักษากินหัว
พุทธรักษากินได้หรือบางที่เรียกว่า สาคู นิยมนำหัวหรือเหง้ามาทำแป้งสำหรับทำขนมหวาน หรือทำเม็ดสาคู หรือต้มรับประทาน โดยเฉพาะทำเป็นอาหารสำหรับเด็กหรือผู้ป่วยที่รับประทานอาหารแข็งได้ยาก รวมถึงแปรรูปเป็นผงสำหรับเป็นส่วนผสมของอาหารสัตว์.
พุทธรักษาเป็นไม้ประดับที่มีดอกสวยงาม กลีบดอกขนาดใหญ่ ดอกมีหลายสี อาทิ สีเหลือง สีแดง หรือมีลายสีอื่นปะบนกลีบดอก จึงเป็นที่นิยมปลูกเพื่อชมดอก
ผลพุทธรักษา เป็นไม้มงคลที่เชื่อว่าหากปลูกหน้าบ้านหรือภายในบ้าน ไม้นี้จะช่วยปกปักษ์คุ้มครองอันตรายให้แก่คนในบ้าน และนำความเป็นสิริมงคลในด้านต่างๆมาให้ นอกจากนั้น ยังนิยมใช้ผงจากเหง้าในการทำเครื่องรางของขลังด้วยเช่นกัน
ดอกพุทธรักษานำมาสกัดสารสีสำหรับใช้เป็นสีผสมอาหาร อาทิ สีเหลือง และสีแดง
ดอกพุทธรักษา นำมาต้มย้อมผ้า ทั้งให้เนื้อผ้าสีเหลือง เนื้อผ้าสีแดงหรือสีอื่นๆตามสีของดอก
ต้นพุทธรักษาเป็นพืชชายน้ำที่นิยมนำมาปลูกเพื่อบำบัดน้ำเสีย โดยเฉพาะระบบบำบัดที่เรียกว่า บึงประดิษฐ์ ซึ่งจะปลูกพุทธรักษาบริเวณขอบบ่อบำบัด
ใบพุทธรักษานำมาห่อกับข้าว ลองกับข้าว หรือทำกระทง
ลำต้นหรือกาบใบใช้ทำเชือดรัดของ
ชาวม้งจะใช้หัวที่อยู่ใต้ดินของต้นพุทธรักษากินหัว นำมาต้มหรือนึ่งรับประทาน ส่วนชาวกะเหรี่ยงเชียงใหม่จะใช้หัวนำมาต้มรับประทาน โดยต้มกับน้ำตาลทำเป็นของหวาน
ชาวเมี่ยนจะใช้หัวใต้ดินนำมานึ่งแล้วใช้ผสมกับแป้งทำขนม จะช่วยทำให้แป้งไม่ติดใบตอง

วันอาทิตย์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2560

น้อยหน่า

น้อยหน่า มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า ลาหนัง (ปัตตานี), มะนอแน่ มะแน่ (ภาคเหนือ), หมากเขียบ (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) เป็นต้น
น้อยหน่า มีถิ่นกำเนิดในแถบอเมริกากลางและใต้ พบได้ทั่วไปในเขตร้อนรวมถึงบ้านเรา โดยจะเพาะปลูกมากในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลักษณะของผลน้อยหน่า เนื้อผลจะมีสีขาว ให้รสหวาน มีเมล็ดสีดำ ซึ่งส่วนที่นำมาใช้เป็นยารักษาอาการต่างๆได้แก่ ผล ผลดิบ ผลแห้ง เมล็ด และใบ สำหรับบ้านเรานิยมนำใบหรือเมล็ดของน้อยหน่ามาใช้ในการกำจัดเหา เห็บหมัด เป็นต้น
ลักษณะทั่วไปของน้อยหน่า
ต้นน้อยหน่านั้นจัดเป็นไม้ยืนต้น โดยมีความสูงของลำต้นประมาณ 3 – 5 เมตร ออกใบเป็นใบเดี่ยว โดยเป็นแบบเรียงสลับกันอยู่คล้ายรูปใบหอก ส่วนดอกก็ออกเป็นดอกเดี่ยวเช่นเดียวกันกับใบ มีสีเหลืองอมเขียว มักออกตามซอกใบและห้อยลงมา เรียงตัวกันเป็นชั้น 2 ชั้น แบ่งเป็นชั้นละ 3 กลีบ มีทั้งหมด 6 กลีบ มีลักษณะค่อนข้างหนาและอวบน้ำ และผลออกเป็นกลุ่ม โดยเป็นผลทรงกลมสีเขียว ภายในเป็นเนื้อสีขาวรสหวานรับประทานอร่อย และมีเมล็ดภายในจำนวนมาก
สรรพคุณและประโยชน์ของน้อยหน่า
ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย
ช่วยบำรุงผิวพรรณ เส้นผม และดวงตา
น้อยหน่าเป็นผลไม้ที่มีไขมันต่ำ จึงเหมาะสำหรับผู้ที่กำลังลดน้ำหนักหรือลดความอ้วน และรักษาสุขภาพ (แต่สำหรับผู้ป่วยเบาหวานถือเป็นข้อยกเว้น)
น้อยหน่ามีวิตามินซีช่วยรักษาโรคหอบหืด
มีเส้นใยช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
ช่วยบำรุงหัวใจให้มีสุขภาพแข็งแรง ป้องกันการเกิดโรคหัวใจ
มีส่วนช่วยรักษาโรคโลหิตจาง
ใบน้อยหน่ามีสรรพคุณช่วยรักษาโรคมะเร็งและเนื้องอก
รากช่วยทำให้อาเจียน ใช้เป็นยาระบาย
เปลือกต้นช่วยบรรเทาอาการปวดเหงือกปวดฟัน แก้อาการท้องร่วง ใช้เป็นยาสมานลำไส้ ช่วยแก้รำมะนาด ช่วยสมานแผล ใช้เป็นยาฝาดสมาน
ผลช่วยในการย่อยอาการ ทำให้ขับถ่ายได้สะดวก
ผลแห้งช่วยรักษาโรคเริม แก้งูสวัด ใช้แก้ฝีในหู
ผล, ราก, เปลือกต้น ใช้แก้พิษงู
ผลน้อยหน่ามีสรรพคุณใช้แก้ฝีในลำคอช่วยรักษาแผลไฟไหม้ อักเสบ น้ำร้อนลวก
เมล็ดน้อยหน่ามีสรรพคุณช่วยรักษากลาก เกลื้อน ด้วยการใช้เมล็ดหรือใบน้อยหน่าสดนำมาคั้นเอาน้ำ แล้วนำมาพอกบริเวณที่เป็น
ประโยชน์ของใบน้อยหน่า ใช้เป็นยารักษาหิด ด้วยการใช้ใบสดหรือเมล็ดสดมาตำให้ละเอียด แล้วเติมน้ำมันพืชลงไปพอแฉะ แล้วนำมาทาบริเวณที่เป็นวันละ 3 รอบ จนกว่าหิดจะหาย
ผล, ใบช่วยฆ่าพยาธิ
สรรพคุณของใบน้อยหน่าช่วยฆ่าพยาธิในเด็ก ด้วยการใช้ใบสดประมาณ 15 ใบนำมาต้มกับน้ำ 5 ถ้วยจนเหลือ 3 ถ้วยแล้วนำมาดื่มวันละ 3 ครั้ง
ใบช่วยแก้อาการฟกช้ำบวม
ใบน้อยหน่ากำจัดเหา ช่วยทำให้ไข่เหาฝ่อ ฆ่าเหา ด้วยการใช้ใบน้อยหน้าสดประมาณ 4 ใบนำมาตำผสมกับเหล้าขาว แล้วเอาน้ำที่ได้มาชโลมให้ทั่วศีรษะ แล้วใช้ผ้าคลุมไว้ประมาณ 10 นาทีแล้วใช้หวีสางออก (หรือจะใช้แค่น้ำคั้นจากใบอย่างเดียวก็ได้) หรือจะใช้เมล็ดนำมาบดคั้นกับน้ำมะพร้าว (อัตราส่วน 1:2) แล้วกรองเอาแต่น้ำมาชโลมให้ทั่วศีรษะ แล้วใช้ผ้าโพกไว้ประมาณ 1-2 ชั่วโมง และห้ามชโลมยาทิ้งไว้ข้ามคืน ทำเสร็จแล้วให้สระผมทำความสะอาดทุกครั้ง
ใบ,เมล็ดน้อยหน่ากำจัดเห็บหมัดในสุนัข สูตรเดียวกับกำจัดเหา
มีวิตามินบี 3ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล
มีโพแทสเซียมช่วยลดความดันโลหิต
มีแมกนีเซียมช่วยรักษาโรคไขข้อและโรคข้ออักเสบ ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ช่วยรักษาสมดุลของน้ำในร่างกาย
มีวิตามินบีช่วยส่งเสริมการผลิตพลังงานในร่างกาย
มีทองแดงช่วยในการสร้างฮีโมโกลบิน
มีโฟเลตช่วยลดความเสี่ยงต่อการที่เด็กทารกพิการแต่กำเนิด
ข้อควรระวัง
น้ำคั้นจากใบน้อยหน่า ต้องระวังอย่าให้ถูกบริเวณตาหรือเปลือกตา บริเวณรูจมูก ริมฝีปาก เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการแสบร้อน ถ้าเข้าตาอาจทำให้เยื่อบุตาอักเสบได้ ต้องให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดทันที
น้ำสกัดจากเมล็ดน้อยหน่าอาจจะทำให้เกิดอาการแพ้ได้ ควรระวังอย่าให้เข้าตา เพราะจะทำให้เกิดอาการแพ้ระคายเคือง เยื่อบุตาอักเสบได้
สำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวานควรบริโภคน้อยหน่าแต่เล็กน้อยและนาน ๆ ครั้ง เนื่องจากน้อยหน่าเป็นผลไม้ที่มีรสหวานจัด การรับประทานปริมาณมากอาจทำให้อาการของโรคเบาหวานกำเริบขึ้นได้