วันเสาร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2559

สมุนไพรใกล้ตัว

ต้นชะพลู

ต้นชะพลู
ชื่ออื่นๆ : ผักปูนก (ลำปาง), ช้าพลู (ภาคกลาง) ชะพลูเถา เฌอภลู (สุรินทร์) ผักปูนา ผักปูลิง ผักปูริง ปูลิงนก ผักพลูนก ผักอีไร ผักอีเลิศ (ภาคอีสาน) พลูลิง (ภาคเหนือ) เย่เท้ย (แม่ฮ่องสอน) พลูนก ผักปูนก (พายัพ) พลูลิงนก (เชียงใหม่) นมวา (ใต้)

ลักษณะของต้นชะพลู :
     ต้นชะพลู เป็นพืชล้มลุกขนาดเล็ก มีลักษณะเป็นเถาเลื้อยอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ลำต้นแบ่งเป็นข้อโดยตามข้อจะมีรากช่วยในการยึดเกาะ ใบชะพลูมีสีเขียวสดเป็นมัน ฐานใบกว้าง ปลายใบชะพลูแหลมคล้ายรูปหัวใจ เห็นเส้นใบชัดเจน ใบชะพลูมีกลิ่นฉุน รสเผ็ดเล็กน้อย ดอกสีขาวมีขนาดเล็กออกเป็นช่ออัดกันรูปทรงกระบอกยาว
สรรพคุณของต้นชะพลู : โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง แก้ขัดเบา เจริญอาหาร บำรุงธาตุ ขับเสมหะ โรคเส้นเลือดในร่างกายแข็ง
ต้นชะพูลมีน้ำมันหอมระเหยที่ทำให้เกิดกลิ่นเผ็ดฉุน และมีคุณค่าทางสารอาหารที่สำคัญ คือ มีแคลเซียมและสารเบต้า-แคโรทีนในปริมาณสูง ชะพลูเป็นสมุนไพรที่มีรสเผ็ดร้อน สรรพคุณทางยามีฤทธิ์ แก้ลม จุกเสียด แน่นเฟ้อ ขับภายลม บำรุงธาตุ เป็นยาประจำธาตุน้ำ แก้ท้อง อืดเฟ้อ แก้อุระเสมหะ ทำให้เสมหะแห้ง แก้ดีซ่าน บำรุงน้ำดี ต้าน เกาะกรุมของเกล็ดเลือด ต้านเชื้อแบคทีเรีย ลดระดับน้ำตาลในเลือด เนื่องจากใบชะพลูมีสารออคซาเลทค่อนข้างสูง สารตัวนี้สะสมใน ร่างกายมากเกินไป เป็นผลให้เกิดนิ้วในลำไส้ ดังนั้นควรรับประทาน แต่พอประมาณ 
วิธีใช้
1.แก้เบาหวาน เอาต้นชะพลู ทั้ง 5 (เอาทั้งต้นตลอกถึงราก) มา 1 กำมือ พับเป็น 3 ทบใช้ ตอกไม้ไผ่มัดเป็น 3 เปราะ ใส่หม้อดินต้มกับน้ำ 3 ขัน เคี่ยวเหลือ 1 ขัน รับประทานครั้งละครึ่งแก้ว วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร ได้ผลชะงัดหรือจะเอาใบชะพลูทั้งต้นและใบ 9 ต้น ล้างน้ำให้สะอาด ใส่ในภาชนะพร้อมด้วยน้ำ 2 ถ้วยแก้ว ต้มเคี่ยวให้เหลือครึ่งถ้วยแก้ว รับประทานให้หมดก่อนอาหารเย็น โดยรับประทาน 15 วันต่อครั้ง เมื่อรับประทานไปได้ 2 ครั้ง ภายใน 30 วันแล้ว ลองไปพบแพทย์เพื่อให้แพทย์กรวดน้ำปัสสาวะ หากปกติให้หยุด ถ้ายังมีน้ำตาลในปัสสาวะให้ต้มรับประทานต่อ
2.ยาแก้โรคถ่ายปัสสาวะบ่อยๆ เอาเปลือกหอยแครง 7 ฝา (เผาไฟให้เป็นขี้เถ้า) กับต้นชะพลูทั้ง 5 นำมาย่างไฟให้กรอบ ตำผสม กันให้ละเอียด ใช้ชงกับน้ำร้อน รับประทานต่างน้ำชามีสรรพคุณแก้โรคถ่ายปัสสาวะบ่อยๆได้ผลชะงัด 
3.แก้ขัดเบา เอาต้นแจงทั้ง 5 หนัก 3 ตำลึง ชะพลู หนัก 3 ตำลึง แก่น ไม้สัก 3 ตำลึง ตัวยาทั้ง3 นี้ ใส่หม้อดิน กับน้ำ 3 ส่วน ต้มเคี่ยว ให้เหลือ 1 ส่วน ใช้น้ำยารับประทาน เช้า-เย็น แก้ขัดเบาได้ผลชะงัก 4. เจริญอาหาร บำรุงธาตุ ขับเสมหะ นำใบชะพลูมาจิ้มน้ำพริก หรือกะปิหลน น้ำพริกปลาป่น หรือจะนำใบชะพลูมาทำเมี่ยงคำ ทานวันละ อย่างน้อย ๗ ใบ ทุกวัน จะทำให้ธาตุปกติ เจริญอาหาร ขับเสมหะได้ดี 
5.แก้โรคเส้นเลือดในร่างกายแข็ง ซึ่งโรคดัง 18 กล่าวมีคนเป็นกันมาก เมื่อเป็นแล้วทำให้เลือดที่จะไปหล่อเลี้ยงหัวใจและสมองมีปัญหา ก่อให้ เกิดอาการเส้นโลหิตแตกหรือหัก เสียชีวิตได้ โดยเอา "ชะพลู" ทั้งต้นรวมราก จำนวน 3 ต้น ต้มกับน้ำ 1 ลิตร ตักดื่มครั้งละครึ่งแก้ว เช้าเย็น ดื่มจนตัวยาจืดแล้วเปลี่ยนยาใหม่ ดื่มให้ครบ 15 วัน จึงหยุด จากนั้นไปให้แพทย์ตรวจดู จะพบว่าอาการที่เป็นจะหายไป โดยไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ 
ข้อควรระวัง 
     
ไม่ควรรับประทานใบชะพลูมากเกินไป เพราะจะทำให้เกิดอาการเวียนศรีษะ และทำให้มีการสะสมของสารออกซาเลท ในร่างกายสูง ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดโรคนิ่วในไต
สมุนไพรใกล้ตัว

ชะอม
ต้นชะอม ทุกท่านคงรู้จักกันดี โดยเฉพาะกลิ่นจากยอดชะอมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวจริงๆ เป็นพืชชนิดไม้พุ่ม พบว่ามีถิ่นกำเนิดแถวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชะอมจะมีหนามที่ลำต้นและกิ่งก้าน ใบของชะอม มีสีเขียวขนาดเล็ก ก้านใบย่อยแตกออกจากแกนกลางใบ ใบอ่อนของชะอมจะมีกลิ่นฉุน ปลายของใบชะอมจะแหลมขอบใบเรียบ ส่วนดอกของชะอม มีขนาดเล็กและออกตามซอกใบมีสีขาวนวล ชะอมสามารถขยายพันธ์ได้ โดยการปักชำ การเพาะเมล็ด การตอนกิ่ง หรือการโน้มกิ่งลงดิน ชะอมนิยมนำมาทำเป็นส่วนประกอบการทำอาหาร เช่น ไข่ทอดชะอม (โดยเฉพาะกับน้ำพริกปลาทู) แกงส้มชะอมกุ้ง ชะอมชุบไข่  แกงส้มชะอมไข่ นำมาลวกเป็นผักจิ้มกับน้ำพริก เป็นต้น จากการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์ พบว่าชะอม มีคุณค่าทางโภชนาการ ประกอบด้วย ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินบีวิตามินบีวิตามินซี
ชะอม มีสรรพคุณป้องกันมะเร็ง มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความร้อนในร่างกาย ช่วยบำรุงเส้นผม  เป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยในการขับถ่าย ป้องกันโรคท้องผูก ช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ปวดท้อง และช่วยขับลมในลำไส้ ช่วยบำรุงเส้นเอ็น ช่วยแก้อาการลิ้นอักเสบ
     ชะอมเป็นพืชที่ปลูกง่าย แค่นำกิ่งสด ๆ ของชะอมมาปลูกลงดินในช่วงฤดูฝน ชะอมก็สามารถจะเจริญเติบโตได้โดยง่าย หรืออาจจะนำกิ่งชะอมมาปักชำใส่ถุงดำพักไว้ในร่มรำไร ชะอมก็จะงอกรากแล้วนำไปปลูกก็ได้  และหรือหากขยันสักหน่อยก็ใช้วิธีการตอนกิ่งชะอมซะเลย..รากงอกได้ดีในฤดูฝน จากนั้นจึงนำไปลงปลูกในหลุมต่อไป
สรรพคุณของชะอม สามารถนำมาใช้ประโยชน์ ได้แก่ ยอดชะอม และรากชะอม
ยอดชะอม จะมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันมะเร็ง ช่วยลดความร้อนภายในร่างกาย เป็นยาอายุวัฒนะ  ช่วยในการขับถ่าย แก้โรคท้องผูก ช่วยบำรุงเส้นผม
รากชะอม จะมีสรรพคุณช่วยแก้อาการท้องอีดท้องเฟ้อ ลดการปวดท้อง
และช่วยขับลมในลำไส้  ช่วยบำรุงเส้นเอ็น ช่วยแก้อาการลิ้นอักเสบเป็นผื่นแดง


ข้อควรระวังในการบริโภคชะอม
1. ชะอมจะทำให้น้ำนมแห้ง คุณแม่หลังคลอดไม่ควรรับประทาน
2. การรับประทานชะอม ในช่วงฤดูฝน ชะอม อาจมีรสเปรี้ยว อาจทำให้ปวดท้องได้
3. ชะอมมีกรดยูริก หากรับประทานมากๆ อาจทำให้เป็นโรคเกาต์ ทำให้ปวดกระดูก คนที่เป็นโรคเกาต์ไม่ควรบริโภคชะอม


วันพฤหัสบดีที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2559

สมุนไพรใกล้ตัว


วิธีทำน้ำสำรอง หรือน้ำหมากจอง (พุงทะลาย)
"น้ำสำรองหรือน้ำหมากจอง" เครื่องดื่มสมุนไพรที่มีสรรพคุณเรื่องของการกำจัดไขมันออกจากร่างกายแบบวิธีธรรมชาติลูกหมากจองหรือ  “หมากจอง” ภาคอีสานเรียก  ทางใต้เรียกพุงทะลาย
ชาวจีนรู้จักในสรรพคุณแก้ ร้อนใน ท้องเดิน ลดอาการปวด บำรุงไต ล้างไขมันในลำไส้ เคลือบไขมันในลำไส้ ลดความอ้วน ช่วยดูดซับไขมันเอาไว้ แล้วอุ้มไปทิ้งพร้อมการขับถ่าย ดังนั้นคนภาคใต้จึงเรียกว่าพุงทะลายกินเป็นประจำจะช่วยลดพุงได้
การกินก่อนนอนจะช่วยให้ขับ ถ่ายดีในตอนเช้า
หมากจอง เป็นไม้ยืนต้นสูงประมาณ 4-5 เมตร มีเมล็ดรูปรี สีน้ำตาล เปลือกหุ้มเมล็ดชั้นนอกมีสารเมือกจำนวนมาก ซึ่งจะพองตัวในน้ำ ลักษณะคล้ายวุ้น และส่วนนี้นำมาทำอาหาร และเป็นเครื่องดื่มสุขภาพได้ โดยทำน้ำเชื่อมจากน้ำตาลกรวดนำเนื้อสำ รองที่เป็นวุ้นผสมลงไป น้ำตาลกรวดทำให้รสชาติไม่หวานแหลม ดื่มแล้วชื่นใจ แนวโน้มของไม้พันธุ์นี้อาจสูญพันธุ์ เพราะคุณสมบัติส่วนตัวของไม้ต้นนี้เอง ประกอบกับประชาชนมักเก็บผลโดยการโค่นต้นลงมามากกว่ารอการเก็บผลร่วงหล่น เนื่องจากคุณสมบัติของสำรองช่วยลดน้ำหนัก ทำให้ถูกใจสาว ๆ เจ้าเนื้อ ทำให้หมากจองขายดิบขายดี เมื่อนำแปรรูปเป็นอาหารต่าง ๆ เช่น ลาบหมากจอง ลอยแก้ว หรือเครื่องดื่มสุขภาพ เป็นต้น.
ลูกสำรองหรือหมากจอง เป็นพืชสมุนไพรขึ้นอยู่ในป่า ซึ่งคนโบราณจะเข้าป่า เพื่อเก็บลูกสำรองนำมาแช่น้ำกิน เพื่อแก้ร้อนในกระหายน้ำ ทำให้ชุ่มคอ และจะกินเพื่อประทังหิวจากคุณประโยชน์ดังกล่าว อีกทั้งปัจจุบันกลุ่มผู้บริโภคจะนิยมน้ำพร้อมดื่มเพื่อสุขภาพ
วิธีทำน้ำสำรอง :
1. นำลูกสำรองหรือหมากจองไปล้างน้ำเอาเศษผงที่ติดมากับเปลือกออก
2. นำลูกสำรองหรือหมากจองไปแช่น้ำไว้ประมาณ 10-30 นาที ลูกสำรองหรือหมากจองจะได้พองตัวมากที่สุด
3. เมื่อลูกสำรองพองได้ที่แล้วจะเห็นเป็นวุ้นๆ ลอยอยู่ ให้เราเลือกเอาเมล็ด และเปลือกออก
4. นำวุ้นที่ได้เติมน้ำแล้วนำไปต้ม คอยคนไม่ให้ติดก้นหม้อ ใส่น้ำตาลทรายถ้าชอบหวาน
หมายเหตุ:
- น้ำสำรองหรือน้ำหมากจองที่ได้สามารถเก็บไว้ในช่องแข็งได้นาน
- กากใยที่ปนอยู่ในวุ้นมีประโยชน์
เวลาที่เหมาะแก่การทานลูกสำรอง
03.00 ถึง 05.00: จะช่วยบำรุงปอดให้แข็งแรง
05.00 ถึง 07.00: จะช่วยบำรุงลำไส้ใหญ่ให้บริหาร
07.00 ถึง 09.00: ช่วงเวลาอาหารเช้าจะช่วยรักษาและเคลือบกระเพาะอาหาร
09.00 ถึง 11.00: ช่วยดูดซับไขมันในลำไส้และกระเพาะอาหาร ช่วยลดไขมันหน้าท้องได้ดี
บ่ายถึงเย็น : จะบำรุงไตให้แข็งแรง
หลัง19.00 : ช่วงเวลาอาหารเย็น การกินคู่น้ำดอกคำฝอย จะช่วยลดไขมันในเลือด

ก่อนนอน : ช่วงเวลานี้จะช่วยให้ขับถ่ายได้ดีในตอนเช้า

วันอังคารที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2559




สมุนไพรใกล้ตัว
ต้นคูน หรือ ต้นราชพฤกษ์
ต้นคูนหรือต้นราชพฤกษ์ เป็นต้นไม้ประจำชาติไทยที่ออกดอกสีเหลืองทองสวยอร่ามนี้ เชื่อว่าหลายๆคนคงเคยพบเห็นทั่วไปตามบ้านเรือนหรือตามสถานที่ต่าง ๆ แม้กระทั่งริมทาง เราก็สามารถพบเห็นได้โดยทั่วไป ลักษณะเด่นของต้นคูนหรือราชพฤกษ์นั้น จะสังเกตเห็นได้ง่ายก็ฤดูร้อนราว ๆ เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป จะเห็นดอกสีเหลืองย้อยระย้าสวยงามจับใจทีเดียวครับ  โดยเฉพาะในช่วงวันสงกรานต์ของทุกปี เราจะนิยมนำดอกคูนหรือราชพฤกษ์โปรยลงไปในขันน้ำหอมและนำน้ำหอมนั่นไปกราบไหว้ผู้ใหญ่ที่เรานับถือเป็นการรดน้ำดำหัวในช่วงนี้เลย
ลักษณะของต้นคูน :  ไม้ยืนต้น สูง 5-15 เมตร ใบประกอบแบบขนนกเรียงสลับ ใบย่อยรูปไข่หรือรูปวงรี กว้าง 4-8 ซม. ยาว 7-12 ซม. ดอกช่อออกที่ปลายกิ่ง ห้อยเป็นโคมระย้า กลีบดอกสีเหลือง ผลเป็นฝักกลม สีน้ำตาลเข้มหรือดำ  เปลือกแข็ง ผิวเรียบ ภายในมีผนังกั้นเป็นห้อง แต่ละห้องมีเมล็ด 1 เมล็ด หุ้มด้วยเนื้อสีดำเหนียว
ประโยชน์ทางสมุนไพร :  ตำรายาไทยใช้เนื้อหุ้มเมล็ดแก้ท้องผูก ขับเสมหะ ดอกแก้ไข้ เป็นยาระบาย แก่นขับพยาธิไส้เดือน พบว่าเนื้อหุ้มเมล็ดมีสารกลุ่มแอนทราควิโนน จึงมีสรรพคุณเป็นยาระบาย โดยนำเนื้อหุ้มเมล็ดซึ่งมีสีดำเหนียว ขนาดก้อนเท่าหัวแม่มือ (ประมาณ 4 กรัม) ต้มกับน้ำ ใส่เกลือเล็กน้อย ดื่มก่อนน้ำ ดื่มก่อนนอน มีข้อควรระวังเช่นเดียวกับชุมเห็ดเทศ
ความเชื่อว่าต้นคูนหรือต้นราชพฤกษ์ เป็นไม้มงคล และเป็นต้นไม้ประจำชาติไทยที่ออกดอกสีเหลืองทองสวยอร่ามนี้ คนไทยสมัยโบราณเชื่อกันว่า หากนำมาปลูกไว้ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของบ้าน จะช่วยให้ผู้ที่อยู่อาศัยในบ้านมีความเจริญรุ่งเรืองเป็นทวีคูณ นอกจากนี้ จะช่วยให้คนในบ้านมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ด้วย เพราะต้นราชพฤกษ์เป็นต้นไม้ประจำชาติไทย ส่วนใบของราชพฤกษ์ก็มักถูกนำไปใช้ทำพิธีสะเดาะเคราะห์ คนจึงเชื่อว่า ราชพฤกษ์เป็นต้นไม้ที่มีความศักดิ์สิทธิ์มากทีเดียว

ดังนั้น ต้นคูนหรือต้นราชพฤกษ์ นอกจากจะเป็นต้นไม้ประจำชาติไทยแล้ว ยังมีสรรพคุณเป็นพืชเป็นยาสมุนไพร รวมทั้งมีความเชื่อว่าเป็นไม้มงคลที่สมควรนำมาปลูกไว้ประจำบ้านเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวอีกด้วยครับ.

วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2559



สมุนไพรใกล้ตัว
มะตูม

มะตูม สมุนไพรไทยที่หลาย ๆ คน คงเคยรู้จักเป็นอย่างดี แต่จะมีใครบ้างรู้ว่าสรรพคุณของมะตูมและประโยขน์ของมะตูมนั้นมีมากมายเพียงใด และเชื่อว่าหลาย ๆ คนคงจะเคยกินน้ำมะตูมกันมาบ้างอย่างแน่นอน เพราะน้ำมะตูมนั้นจะมีกลิ่นหอม ดื่มแล้วจะทำให้ชุมคอแก้กระหายน้ำได้เป็นอย่างดี และนอกจากนั้นมะตูมยังเป็นอีกหนึ่งสมุนไพรไทยที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านดั้งเดิมที่ไม่เคยจางหาย แต่ทว่าสรรพคุณของมะตูม และประโยชน์ของมะตูม ยังคงไม่หมดแต่เพียงเท่านี้  วันนี้เราไปดูความเป็นมา สรรพคุณและประโยชน์ของมะตูม กันดีกว่า เพียงแค่คุณรู้วิธีและการนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์รับรองเลยว่าคุณจะมองเห็นสรรพคุณต่างๆ มากมายของสมุนไพรไทยใกล้ตัวเราจนอาจจะไม่ต้องเสียค่ายารักษาที่แพง ๆ อีกต่อไปก็ได้ เรามาดูความเป็นมา สรรพคุณ และประโยชน์ของมะตูม   สมุนไพรใกล้ตัวเราได้เลยครับ
มะตูม  เป็นไม้ยืนต้น สูง ๑๐ – ๑๕ เมตร เปลือกต้นมีสีเทา ใบ ประกอบแบบนิ้วมือ ออกเรียงสลับ มีใบย่อยด้วยกัน ๓ ใบ  ใบย่อยใบปลายเป็นรูปวงรี ปลายใบแหลม ใบบางเรียบเป็นมันเงา  ดอก ออกดอกเป็นช่อ หนึ่งดอกมี ๔ กลีบ ด้านในสีขาว ด้านนอกสีเขียวอ่อน มีกลิ่นหอม  ผล ทรงรีกลมหรือรียาว มีผิวเรียบเกลี้ยงเปลือกแข็งและหนา เนื้อในมีสีส้มอมเหลือง ผลนิ่ม และมีเมล็ดจำนวนมาก
สรรพคุณทางยา : ใบใส่แกงบวดเพื่อแต่งกลิ่นอาหาร
                           ผล นำผลที่โตเต็มที่มาฝานเป็นชิ้นบาง ๆ ตากแห้ง คั่วให้เหลือง ชงรับประทานแก้โรคลำไส้เรื้อรังในเด็ก แก้ท้องเดิน ท้องร่วง ท้องเสีย สำหรับผลที่แก่จัดให้นำมาเชื่อมรับประทานเป็นยาบำรุงกำลัง รักษาธาตุ ขับลม  ส่วนผลที่สุกเต็มที่แล้วรับประทานได้สดๆ เป็นยาระบายท้อง โดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุที่ท้องผูกเป็นประจำ  และราก แก้หืด หอบ แก้ไอ แก้ไข แก้มุตกิด และขับลม

วิธีการและปริมาณในการใช้ : นำผลโตเต็มที่มาฝานแล้วตากแห้ง คั่วให้เหลือง ชงน้ำดื่ม โดยใช้ ๒ – ๓ ชิ้น ชงในน้ำเดือดดื่มแทนน้ำชา หรือชงด้วยน้ำเดือด ๒ ถ้วนแก้ว ดื่มครั้งละครึ่งถ้วยแก้วก็ได้

วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2559



กระทือ
สมุนไพรกระทือ      มีชื่อ เช่น เฮียวแดง (แม่ฮ่องสอน)กระทือป่า กะแวน กะแอน แสมดำ เฮียวดำ แฮวดำ (ภาคเหนือ)ทือ กะทือ และอีทือ เป็นต้น
ลักษณะของกระทือ
ต้นกระทือจัดเป็นต้นประเภทไม้ล้มลุก มีลำต้นอยู่เหนือดินสูงราว 0.9-1.5 เมตร และมีเหง้าอยู่ใต้ดินเรียกว่า เหง้ากระทืหรือ หัวกระทือเปลือกนอกของเหง้ามีสีน้ำตาลแกมเหลือง ส่วนเนื้อในมีสีเหลืองอ่อน กลิ่นหอม มีรสขม ขื่น ปร่า และเผ็ดเล็กน้อย ต้นจะโทรมในหน้าแล้งแล้วจะงอกขึ้นใหม่ในหน้าฝน ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการใช้เหง้าหรือที่เรียกว่าหัว เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุย ในที่ที่มีความชื้นพอสมควร และมีแสงแดดส่องตลอดวัน พบขึ้นมากทางภาคใต้ ตามป่าดงดิบ ริมลำธารหรือชายป่า
ใบกระทือ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับในระนาบเดียวกัน ใบสีเขียวเข้ม ลักษณะของใบค้ลายรูปหอกแกมขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบและแผ่นใบเรียบ ด้านล่างของใบมักมีขนนุ่ม ใบกว้างประมาณ 5-7.5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 20-30 เซนติเมตร ที่ก้านใบเป็นกาบหุ้มลำต้น
ดอกกระทือ ออกดอกเป็นช่อแทงออกมาจากเหง้าขึ้นมา ลักษณะของช่อดอกเป็นรูปทรงกระบอก มีกลีบดอกสีขาวนวลออกเหลือง  มีใบประดับขนาดใหญ่สีเขียวแกมแดงเรียงซ้อนกันหนาแน่นและเป็นระเบียบ  โคนเชื่อมติดกันเป็นหลอด
ผลกระทือ มีลักษณะเป็นเมล็ดสีดำ ผลค่อนข้างกลม ผลแห้งแตก ติดอยู่ในประดับ และมีเนื้อสีขาวบางหุ้มเมล็ด
สรรพคุณของกระทือ  สรรพคุณของเหง้าใช้เป็นยาบำรุงกำลัง ช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย (ดอก) ช่วยขับน้ำย่อย ช่วยให้เจริญอาหาร (เหง้า) ช่วยแก้อาการเบื่ออาหาร ช่วยให้เจริญอาหาร ทำให้สามารถรับประทานอาหารมีรสได้ (ต้น) ช่วยแก้โรคผอมแห้ง ผอมเหลือง (ดอก) ช่วยขับเลือดเน่าร้ายในเรือนไฟ (ใบ)  แก้เบาเป็นโลหิต (ใบ) มีการใช้เหง้ากระทือในตำรับยา พิกัดตรีผลธาตุซึ่งประกอบไปด้วย เหง้ากระทือ เหง้าไพล หัวตะไคร้หอม โดยตำรับยานี้มีสรรพคุณช่วยบำรุงธาตุไฟ แก้ไข้ตัวร้อน และช่วยแก้เลือดกำเดาไหล (เหง้า) ช่วยแก้อาการแน่นหน้าอก (เหง้า)  กระทือ สรรพคุณช่วยแก้ไข้ (ต้น) ช่วยแก้ไข้เรื้อรัง (ดอก) ช่วยแก้ไข้ต่าง ๆ แก้ไข้ตัวร้อน แก้ไข้ตัวเย็นที่รู้สึกร้อนภายใน (ราก) และนอกจากนี้ยังช่วยแก้เสมหะเป็นพิษ (เหง้า) อีกด้วย
                นอกจากกระทือจะเป็นพืชสมุนไพรใกล้ตัว หรือใกล้ครัวแล้ว  กระทือยังสามารถนำมาประกอบอาหารในครัวได้อีกด้วย โดยเฉพาะยอดและลำต้นของกระทือ นำมาลอกปลอกเปลือกออกจะได้ลำต้นอ่อนลักษณะเดียวกันกับข่า นำมาต้มหรือนึ่งกับปลา จิ้มน้ำพริกรับประทาน ก็แสนจะอร่อยทีเดียว

            แถบบ้านของผมมีกระทือเยอะมาก ผมจึงเก็บมารับประทานเป็นผัก และได้ประโยชน์เป็นยาสมุนไพรใกล้ครัวอีกด้วย...


วันอังคารที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

รางจืด

รางจืด เป็นชื่อของพืชสมุนไพรประเภทไม้เลื้อยหรือไม้เถา มีลักษณะเนื้อแข็ง เลื้อยพาดพันไปตามต้นไม้ เถาจะมีลักษณะเป็นข้อปล้องกลมมีสีเขียวสดหรือสีเขียวเข้ม ดอกจะเป็นสีม่วงอ่อนๆหรือสีคราม ออกดอกเป็นช่อห้อยลงตามซอกใบ มีสรรพคุณทางยาในด้านการถอนพิษต่างๆ




รางจืด