สมุนไพรใกล้ตัว
มะขาม
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Tamarindus
indica L.
ชื่อสามัญ : Tamarind
วงศ์ : Leguminosae –
Caesalpinioideae
ชื่ออื่น : ขาม (ภาคใต้)
ตะลูบ(ชาวบน-นครราชสีมา) ม่องโคล้ง (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี) อำเปียล (เขมร-สุรินทร์)
หมากแกง (เงี้ยว-แม่ฮ่องสอน) ส่ามอเกล (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์มะขาม
มะขาม
เป็นไม้ต้นขนาดกลางจนถึงขนาดใหญ่แตกกิ่งก้านสาขามาก เปลือกต้นขรุขระและหนา
สีน้ำตาลอ่อน ใบมะขาม เป็นใบประกอบ ใบเล็กออกตามกิ่งก้านใบเป็นคู่
ใบย่อยเป็นรูปขอบขนาน ปลายใบและโคนใบมน ดอกมะขาม ออกดอกเป็นช่อเล็กๆ
ตามปลายกิ่ง หนึ่งช่อมี 10-15 ดอก ดอกย่อยขนาดเล็ก
กลีบดอกสีเหลืองและมีจุดประสีแดงอยู่กลางดอก ผล เป็นฝักยาว รูปร่างยาวหรือโค้ง
ยาว 3-20 ซม. ฝักอ่อนมีเปลือกสีเขียวอมเทา สีน้ำตาลเกรียม เนื้อในติดกับเปลือก
เมื่อแก่ฝักเปลี่ยนเป็นเปลือกแข็งกรอบหักง่าย สีน้ำตาล
เนื้อในกลายเป็นสีน้ำตาลหุ้มเมล็ด เนื้อมีรสเปรี้ยว และหวาน
สรรพคุณของมะขาม
เนื้อมะขาม เนื้อมะขามเปียก มีรสเปรี้ยว
มีกรดทาร์ทาริก 8-18% กรดซิตริก เล็กน้อย มีเพคติน กัม และอื่นๆ เนื้อมะขามมีสาร AHA
ซึ่งนิยมสกัดไปทำเครื่องสำอางค์ช่วยผลัดเซลส์เก่า ทำให้ผิวหน้าใส
เนื้อมะขามเปียกผสมปูนแดง ทาพอกฝีหนอง หรือ
ใช้กินเนื้อล้วนๆ หรือดื่มน้ำมะขามแก้อาการท้องผูก เป็นยาระบาย ขับเสมหะ แก้ไอ
ดับร้อน แก้คลื่นใส้อาเจียร เหมาะกับผู้หญิงที่แพ้ท้อง
น้ำมะขามเปียกใช้ขับน้ำคาวปลาได้
เมล็ดมะขาม – ใช้ถ่ายพยาธิตัวกลม
พยาธิใส้เดือน พยาธิเส้นด้าย
ใบมะขาม – ใช้ขับเสมหะ
แก่นมะขาม – ใช้ขับโลหิต
วิธีและปริมาณที่ใช้
ถ่ายพยาธิ
โดยกระเทาะเปลือกออกเสียก่อนแล้วจึงเอาเนื้อของเมล็ดซึ่งมีสีขาวออกสีเนื้อ
แข่ในน้ำจนนุ่มก่อน แล้วจึงกินทั้งน้ำและเมล็ดนั้นประมาณครั้งละ 20-25เมล็ด
หรือคั่วให้เนื้อในเหลือง กะเทาะเปลือก แช่น้ำให้นิ่ม เคี้ยวรับประทานเช่นถั่ว ,แก้ท้องผูก ใช้เนื้อหุ้มเมล็ดคลุกเกลือรับประทาน ระบายท้อง, แก้ไอ, ขับเสมหะ ใช้เนื้อในฝักแก่หรือมะขามเปียก
จิ้มเกลือรับประทาน
นอกจากมะขามจะมีสรรพคุณเป็นยาสมุนไพรแล้ว ส่วนต่างๆ
ของมะขามยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์อย่างหลากหลาย เช่น ใบอ่อนหรือยอดมะขามสามารถนำมาปรุงรสอาหารได้อีก
เช่น ใส่ต้มแกง หรือลูกมะขาม ก็เช่นเดียวกัน ส่วนลำต้นมะขาม ชาวบ้านมักนำมาทำเขียงสำหรับครัวเรือน
หรือนำไม้มะขามมาแปรรูปเป็นไม้สำหรับงานก่อสร้างได้ด้วย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น