ลักษณะของเปราะหอม
ต้นเปราะหอม จัดเป็นพืชล้มลุก มีอายุราวหนึ่งปี
ทั้งเปราะหอมขาวและเปราะหอมแดง เป็นไม้ลงหัวจำพวกมหากาฬ มีลำต้นเป็นหัวอยู่ใต้ดิน
หรือที่เรียกว่า “เหง้า” เนื้อภายในของเหง้ามีสีเหลืองอ่อนและมีสีเหลืองเข้มตามขอบนอก
และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว มีรสเผ็ดขม เป็นพืชที่ชอบดินร่วนปนทราย
มีความชุ่มชื้นพอเพียง เจริญเติบโตได้ดีในที่ร่ม เจริญเติบโตในช่วงฤดูฝน
พอย่างเข้าฤดูหนาวต้นและใบจะโทรมไป และพบได้มากทางภาคเหนือ ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการใช้เมล็ดหรือแยกหัว
ใบเปราะหอม มีใบเป็นใบเดี่ยว
แทงขึ้นมาจากหัวหรือเหง้าใต้ดินประมาณ 2-3 ใบ และแผ่ราบไปตามพื้นดิน
หรือวางตัวอยู่ในแนวราบเหนือพื้นดินเล็กน้อย เนื้อใบค่อนข้างหนา
ลักษณะของใบเป็นรูปค่อนข้างกลมหรือเป็นรูปไข่ป้อม มีขนาดกว้างประมาณ 5-10
เซนติเมตรและยาวประมาณ 7-15 เซนติเมตร ปลายใบแหลม ส่วนโคนใบมนหรืออาจเว้าเล็กน้อย
บางครั้งอาจพบว่าขอบใบมีสีแดงคล้ำ ๆ มีขนอ่อน ๆ อยู่บริเวณท้องใบ
ส่วนก้านใบมีลักษณะเป็นกาบ มีความยาวประมาณ 1-3 เซนติเมตร
ใบอ่อนเปราะหอม
ลักษณะม้วนเป็นกระบอกออกมาแล้วค่อยแผ่ราบบนหน้าดิน ในหนึ่งต้นจะมีประมาณ 1-2 ใบ
ลักษณะของใบมีรูปร่างทรงกลมโตและยาวประมาณ 5-10 เซนติเมตร
หน้าใบหรือหลังใบมีสีเขียว ส่วนท้องใบนั้นถ้าหากเป็น “เปราะหอมขาว” จะมีท้องใบสีขาว
แต่ถ้าหากเป็น “เปราะหอมแดง” ท้องใบนั้นจะมีสีแดง
ใบมีกลิ่นหอม งอกงามในช่วงหน้าฝนและจะแห้งเหี่ยวไปในช่วงหน้าแล้ง
ดอกเปราะหอม ออกดอกรวมเป็นช่อ มีความยาวประมาณ
2-4 เซนติเมตร มีดอกประมาณ 4-12 ดอก โดยออกดอกตรงกลางระหว่างใบ
ดอกมีสีขาวหรือสีขาวอมชมพูแต้มด้วยสีม่วง ในแต่ละดอกจะมีกลีบประดับ 2
กลีบรองรับอยู่ โดยใบและต้นนั้นจะเริ่มแห้งเมื่อออกดอก
ผลเปราะหอม ผลเป็นผลแห้งและแตกได้
สรรพคุณเปราะหอม
การศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาพบว่า หัวว่านเปราะหอมหรือเปราะหอม
มีฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระ
ใช้หัวและใบ เป็นยาแก้ปวดศีรษะ คลายเครียด
ด้วยการใช้ทั้งหัวและใบนำมาโขลก ใส่น้ำพอชุ่ม แล้วเอาไปชุบนำมาใช้คลุมหัว
หรือจะใช้เฉพาะหัวนำมาตำคั้นเอาน้ำไปผสมกับแป้งหรือว่านหูเสือ
ก็จะได้แป้งดินสอพองไว้ทาขมับแก้อาการปวดศีรษะ
ใช้หัวเป็นยาบำรุงหัวใจ บำรุงประสาท
ด้วยการใช้หัวผสมลงในยาหอม
หัวเปราะหอมนำมาต้มหรือชงกิน
จะช่วยในการนอนหลับได้เป็นอย่างดี และยังช่วยลดความเครียดได้อีกด้วย
น้ำคั้นจากใบและเหง้าใช้ป้ายคอ
ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอได้
น้ำคั้นจากใบและเหง้าใช้ล้างศีรษะเพื่อช่วยป้องกันการเกิดรังแค
รักษาอาการหนังศีรษะแห้ง
น้ำมันหอมระเหยจากหัวมีฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อเรียบของลำไส้เล็กคลายตัว
ช่วยบรรเทาอาการปวดท้องและช่วยขับลม แก้อาการท้องอืดได้
คนสมัยก่อนจึงนำมาทาที่ท้องเด็กคล้าย ๆ กับมหาหิงคุ์
ใช้เป็นอาหารช่วยบำรุงกระเพาะอาหารและลำไส้
ช่วยบรรเทาอาการปวด
ด้วยการใช้หัวนำมาโขลกหรือทุบใส่น้ำให้พอชุ่ม
นำผ้ามาชุบแล้วใช้พันบริเวณที่มีอาการปวดบวม จะช่วยลดอาการปวดได้
จึงนิยมนำมาใช้ทำเป็นลูกประคบ หรือนำมาเคี่ยวกับน้ำมันไว้ใช้ทาแก้อาการปวดเมื่อย
โดยอาจจะใช้ว่านหอมเพียงอย่างเดียวหรือจะผสมกับสมุนไพรอื่น ๆ ด้วยก็ได้
หัวนำมาตำใช้พอกบริเวณที่เป็นฝี
จะช่วยลดอาการอักเสบได้
ประโยชน์ของเปราะหอม
หัวและใบสามารถนำมาใช้ปรุงเป็นอาหารได้ ใบใช้รับประทานเป็นผักแกล้ม
มีกลิ่นหอม หรือใช้ทำหมกปลาหรือใส่แกงปลา
ส่วนหัวนำมาใช้ปรุงเป็นเครื่องเทศสำหรับทำแกงหรือนำมาตำใส่เครื่องแกง
หรือนำมาหั่นใส่ผัดเผ็ด หรือใช้เป็นส่วนผสมของน้ำราดข้าวมันไก่
ส่วนทางภาคใต้นิยมใช้หัวใส่ในน้ำพริก หรือใช้เป็นส่วนผสมในน้ำพริกเผาเพื่อช่วยทำให้มีกลิ่นหอม
เปราะหอมมีกลิ่นที่หอม สามารถช่วยในการผ่อนคลาย
ต้นเปราะหอมทั้งแดงและขาวสามารถนำมาใช้ปลูกเป็นไม้ประดับได้
เนื่องจากมีดอกที่สวยงาม
คนไทยโบราณเชื่อว่าเปราะหอมเป็นว่านศักดิ์สิทธิ์การปลูกเปราะหอมไว้หน้าบ้าน
หรือใช้เปราะหอมนำมาแช่น้ำให้ผู้ป่วยรับประทาน
จะช่วยปัดเป่าภูตผีปีศาจและขจัดมารออกไปได้
และยังมีความเชื่อว่าเปราะหอมเป็นไม้มงคลที่ใช้สำหรับใส่ลงไปในน้ำสำหรับสรงน้ำพระหรือน้ำขอพรจากผู้ใหญ่
และยังใช้ผสมในพระเครื่อง รวมไปถึงการนำมาใช้เป็นว่านมหาเสน่ห์สำหรับชายหนุ่ม
โดยนำว่านมาปลุกเสกด้วยคาถาแล้วนำมาเขียนคิ้ว หรือใช้ทาปากเพื่อให้ได้รับความเมตตา
รักใคร่เอ็นดู หรือใช้ในงานแต่งของชาวอีสาน
ด้วยการนำเปราะหอมไปแช่ไว้ในขันใส่น้ำสำหรับดื่มเพื่อความเป็นสิริมงคล
ด้วยความหอมจากเปราะหอม
จึงมีการนำมาใช้เป็นเครื่องสำอาง แป้งฝุ่น แป้งพัฟผสมรองพื้น เจลแต้มสิว
สบู่เปราะหอม แชมพู ครีมนวดผม เป็นครีมกันแดด หรือใช้ทำเป็นน้ำยาบ้วนปาก
สำหรับเครื่องสำอางจากเปราะหอมที่ใช้ทาหน้าจะช่วยแก้สิว
แก้ฝ้า ทำให้ผิวหน้าดูสดใส และช่วยรักษาผิวพรรณ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น