สมุนไพรขี้ครอก มีชื่อเรียกตามท้องถิ่นต่าง ๆ เช่น ต้นชบาป่า ,ต้นขี้หมู
, หญ้าผมยุ่ง, หญ้าอียู, ขี้คาก , ขี้ครอก, ปอเส็ง เป็นต้น
ลักษณะของขี้ครอก
ต้นขี้ครอก จัดเป็นพรรณไม้พุ่มขนาดเล็ก
ลำต้นตั้งตรง สูงได้ประมาณ 0.5-2 เมตร เปลือกเหนียว ลำต้นเป็นสีเขียวแกมเทา
ตามลำต้นและกิ่งก้านมีขนลักษณะเป็นรูปดาวปกคลุมทั่วไป ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด
เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุย ชอบความชื้นปานกลางและแสงแดดแบบเต็มวัน
มักขึ้นตามป่าราบและที่ลุ่มรกร้างทั่วไป และมีปลูกมากตามสวนยาจีนทั่วไป
ใบขี้ครอก ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ
ใบที่อยู่บริเวณโคนต้นจะมีลักษณะค่อนข้างกลม มีขนาดกว้างประมาณ 5-6 เซนติเมตร
และยาวประมาณ 4-5 เซนติเมตร ปลายแยกออกเป็นแฉกตื้น ๆ 3 แฉก
โคนใบกลมหรือเว้าเป็นรูปหัวใจ ส่วนขอบใบจักเป็นฟันเลื่อย
ส่วนใบที่อยู่บริเวณกึ่งกลางของลำต้นจะมีลักษณะเป็นรูปไข่ มีขนาดกว้างประมาณ 3-6.5
เซนติเมตร และยาวประมาณ 5-7 เซนติเมตร และใบที่อยู่ส่วนยอดหรือใกล้ยอดจะเป็นรูปกลมยาวถึงรูปใบหอก
มีขนาดกว้างประมาณ 1.5-3 เซนติเมตร และยาวประมาณ 4-7 เซนติเมตร
ผิวใบด้านบนมีขนนุ่ม ส่วนด้านล่างมีขนรูปดาวสีขาวอมเทา
ท้องใบด้านล่างจะมีสีอ่อนกว่าหลังด้านบนใบ มีเส้นใบ 3-7 เส้น ก้านใบยาวประมาณ 1-4
เซนติเมตร มีขนรูปดาวสีขาวอมเทา หูใบคล้ายเส้นด้าย ยาวได้ประมาณ 2 มิลลิเมตร
หลุดร่วงได้ง่าย
ดอกขี้ครอก ออกดอกเดี่ยวรูปไข่กลม ยาวประมาณ 1
เซนติเมตร หรือออกเป็นกระจุกตามซอกใบประมาณ 2-3 ดอก ริ้วประดับติดกันเป็นรูประฆัง
ปลายแยกเป็น 5 แฉก ยาวประมาณ 6 มิลลิเมตร กลีบเลี้ยงติดกันเป็นรูปถ้วย ปลายแยกเป็น
5 แฉก มีขนาดสั้นกว่าริ้วประดับ
ทั้งกลีบเลี้ยงและริ้วประดับจะมีขนรูปดาวขึ้นปกคลุม ส่วนกลีบดอกเป็นสีชมพูมี 5
กลีบ ลักษณะของกลีบดอกเป็นรูปไข่กลับ ยาวประมาณ 1.5 เซนติเมตร
ด้านนอกมีขนรูปดาวขึ้นปกคลุม ตรงกลางดอกเป็นสีชมพูเข้มถึงสีแดง ตรงกลางมีเกสรเพศผู้จำนวนมาก
ติดกันเป็นหลอดยาวประมาณ 15 มิลลิเมตร เกลี้ยง อับเรณูมีจำนวนมากติดรอบหลอด
รังไข่อยู่เหนือวงกลีบ อยู่ภายในหลอดเกสรเพศผู้ มีอยู่ 5 ช่อง
ในแต่ละช่องจะมีไข่อ่อน 1 หน่วย และมีเกสรเพศเมียเป็นรูปทรงกระบอก ก้านเรียวเล็ก
ยาวพ้นหลอดเกสรเพศผู้ แตกเป็น 10 แฉก มีขนแข็งขึ้นประปราย
เมื่อดอกบานจะมีขนาดกว้างประมาณ 1.5-3 เซนติเมตร ก้านดอกยาวประมาณ 3 มิลลิเมตร
มีขน
ผลขี้ครอก ผลมีลักษณะกลมหรือรูปกลมแป้น
มีขนรูปดาวขึ้นปกคลุม ผลมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 เซนติเมตร
ผิวผลมีหนามแข็งสั้นหัวลูกศรและมีน้ำเหนียวติด เมื่อผลแห้งจะแตกออกได้เป็นพู 5 พู
แต่ละพูจะมีเมล็ด 1 เมล็ด เมล็ดมีลักษณะเป็นรูปไตสีน้ำตาล มีขนาดกว้างประมาณ 2-2.5
มิลลิเมตร และยาวประมาณ 3-4 มิลลิเมตร สำหรับวิธีการป้องกันและกำจัด การถากหรือตัดให้สั้นลงเพื่อไม่ให้ออกดอก
หรือขุดทิ้ง และใช้สารเคมีต่าง ๆ
สรรพคุณของขี้ครอก
รากขี้ครอกใช้รับประทานเป็นยาเย็น
มีสรรพคุณเป็นยาดับพิษร้อนถอนพิษไข้ทั้งปวง ตำรายาพื้นบ้านจะใช้รากขี้ครอกผสมกับสมุนไพรอื่น
เช่น รากพญาดง ในปริมาณเท่ากัน นำมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ต้มเคี่ยว ใช้ดื่มแก้หนองใน
ใช้รากเป็นยาแก้บิด รักษาโรคบิดเฉียบพลัน
ด้วยการใช้รากสด 500 กรัม นำมาล้างให้สะอาด หั่นเป็นแว่น ๆ ต้มกับน้ำ 1,000 ซีซี
โดยต้มจนเหลือน้ำ 500 ซีซี ใช้แบ่งรับประทาน ในเด็กอายุ 1-3 ขวบ ให้รับประทานวันละ
80 ซีซี เด็กอายุ 4-9 ปี ให้รับประทานวันละ 200 ซีซี ส่วนเด็กอายุ 16 ปีขึ้นไป
ให้รับประทานวันละ 250 ซีซี โดยแบ่งรับประทานวันละ 2 ครั้ง
รากตำพอกแก้โรคปวดข้อ
ใช้ต้น, ราก, ใบเป็นยากระจายเลือดลม
ยาแก้ไข้หวัดตัวร้อน
รักษาอาการไอเป็นเลือด ใช้เป็นยาแก้นิ่ว แก้ตกขาวของสตรี
ตำรายาไทยจะใช้ใบขี้ครอก นำมาต้มกับน้ำจิบแก้ไอ
ขับเสมหะ ดับพิษเสมหะ
ต้นและใบใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาขับปัสสาวะ เป็นยาแก้ไตพิการ
แก้พิษน้ำเหลืองเสีย
ทั้งต้นใช้ตำพอกเป็นยาห้ามเลือด ช่วยสมานแผลสด
แก้ฟกช้ำดำเขียว แก้ฝี แก้ฝีเท้านม แก้พิษงู
ใช้ต้น, ราก, ใบเป็นยาขับลมชื้นในร่างกาย
แก้ปวดเมื่อยตามร่างกายเนื่องจากลมชื้นเข้าแทรก
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น