กระดังงา หรือ การเวก
เป็นไม้รอเลื้อยที่นิยมปลูกมากในเมืองใหญ่ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร
เพราะเป็นไม้ที่แตกกิ่งมาก ให้ใบดกเขียวทั้งปี และมีอายุยืนนาน
รวมถึงทนต่อสภาพอากาศร้อน และทนต่อภาวะมลพิษทางอากาศได้สูง
จึงนิยมปลูกเพื่อให้ร่มเงา และช่วยลดมลพิษทางอากาศ รวมถึงเป็นได้ประดับดอกด้วย
กระดังงา
หรือการเวก มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดียตอนใต้ และศรีลังกา
สันนิษฐานว่าถูกนำเข้ามาเผยแพร่
และนำเมล็ดเข้ามาปลูกผ่านทางพ่อค้าชาวอินเดียในช่วงสมัยอยุธยาใน
ชื่อพื้นเมือง
: ภาคกลาง
การเวก – กระดังงาจีน
ภาคเหนือ สะบันงาจีน – สะบันงาเครือ
ภาคใต้
กระดังงาเถา
ภาคตะวันตก (ราชบุรี) กระดังงาป่า – หนามควายนอน
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
กระดังงา/การเวก
เป็นไม้เลื้อยเนื้อแข็งที่มีเถาขนาดใหญ่ และมีอายุยืนนานหลายปี
ลำต้นมีผิวเรียบสีเทาจนถึงดำ โดยเฉพาะต้นที่มีอายุมากจะมีลำต้นสีดำ
และมีปุ่มนูนสลับกันตามความสูงของลำต้น โดยแตกกิ่งเลื้อยยาวจำนวนมากบริเวณส่วนปลายของต้น
กิ่งอ่อนหรือยอดอ่อนมีสีเขียว
ใบกระดังงา/การเวก แทงออกเป็นใบเดี่ยว
เยื้องสลับข้างกันบนกิ่ง แผ่นใบเรียบ มีรูปทรงรีปลายใบแหลม โคนใบมน ขนาดกว้าง 4-8
ซม. ยาว 12-18 ซม. ใบค่อนข้างหนา และเหนียว
ใบอ่อนมีสีเขียวสด ใบแก่ด้านบนมีสีเขียวเข้ม ใต้ใบมีสีอ่อนกว่า และมีขนตามเส้นใบ
ดอกกระดังงา/การเวก
อาจแทงออกเป็นดอกเดี่ยวหรือออกเป็นกลุ่มหลายดอก 2-5
ดอก มีก้านดอกโค้งงอ สีเขียว ดอกอ่อนหรือดอกตูมที่ยังไม่บานจะมีรูปทรงกรวย
ปลายดอกแหลม เมื่อบานจะกลีบดอกจะแผ่ออก และมีกลิ่นหอม จำนวนกลีบดอก 6
กลีบ กลีบดอกอ่อนมีสีเขียว และค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเมื่อแก่
แต่ละกลีบแยกจากกัน มีรูปรี ปลายกลีบแหลม เรียงสลับกันจำนวน 2
ชั้น ชั้นละ 3 กลีบ โดยกลีบดอกชั้นในจะสั้น
และเล็กกว่าชั้นนอก ขนาดกลีบยาวประมาณ 3-4
ซม. โดยกลีบดอกจะบานในช่วงเช้าตรู่ และไม่หุบกลับจนกว่าดอกจะร่วง ทั้งนี้
ดอกกระดังงา/การเวกจะบานได้ตลอดทั้งปี และจะออกดอกมากในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม
ผลกระดังงา/การเวกมีลักษณะค่อนข้างรี และป้อม
ผลอ่อนมีสีเขียว ผลแก่มีสีเหลือง แดง และสีดำ ภายในผลมีเมล็ด 1-2
เมล็ด
สรรพคุณกระดังงา/การเวก
ราก
ใช้รักษาโรคมาลาเรีย ช่วยฟื้นร่างกายหลังการคลอดบุตร
ลำต้น ใช้รักษาโรคในถุงน้ำดี ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิ ใช้ป้องกันการตั้งครรภ์
ใบ ใช้รักษาอหิวาตกโรค ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิ ใช้ป้องกันการตั้งครรภ์ น้ำต้มจากใบใช้เป็นบาขับปัสสาวะ
ดอก ใช้สูดดมแก้อาการวิงเวียนศรีษะ น้ำต้มจากดอกนำมาดื่ม ช่วยแก้อาการท้องเสีย
นำดอกมาต้มดื่ม
ช่วยบำรุงร่างกาย บำรุงโลหิต และช่วยขับปัสสาวะ
ผล ใช้รักษาวัณโรค
ประโยชน์กระดังงา/การเวก
1. ดอกใช้สกัดน้ำมันหอมระเหยที่นิยมใช้ทำน้ำหอม
และยาหอม ใช้ทานวด และใช้ในด้านความสวยความงาม
2. ดอกนำมาห่อรวมกันในใบ และสูดดม
ช่วยในการผ่อนคลาย
3. ปลูกเป็นไม้ประดับต้น และประดับดอก
4. ปลูกเพื่อให้ร่มเงา
5. ปลูกเพื่อใช้เป็นแนวรั้วหรือเขตแดน
6. เนื่องจากระดังงาจะให้ใบจำนวนมาก
ใบดกเขียวอยู่นาน จนเป็นไม้ที่ให้ร่มเงาได้ดี รวมถึงทนต่อสภาพแวดล้อมต่างๆ อาทิ
ทนต่อแหล่งที่มีมลพิษทางอากาศสูง ทนต่อสภาพแห้งแล้ง
จึงนิยมใช้ปลูกในเมืองใหญ่เพื่อให้ร่มเงา และช่วยบำบัดมลพิษทางอากาศ ดังที่พบเห็นตามข้างถนนในกรุงเทพมหานคร
การปลูก
การปลูกกระดังงา/การเวกนิยมใช้วิธีการเพาะเมล็ด
และการตอนกิ่ง รวมถึงใช้วิธีการปักชำกิ่ง โดยการเพาะเมล็ดจะได้ต้นที่มีขนาดใหญ่
และมีอายุยืนยาวกว่าการปลูกจากกิ่งที่ได้จากการตอนหรือการปักชำ
แต่การเพาะด้วยเมล็ดจะงอกช้า เพราะเปลือกเมล็ดค่อนข้างแข็ง และหนา ดังนั้น ควรแช่น้ำก่อน
1-2 วัน ก่อนเพาะ และเมื่อปลูกจนต้นมีขนาดใหญ่แล้ว
จำเป็นต้องทำที่ค้ำยันเพื่อให้กิ่งพาดเลื้อยได้

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น