ชื่ออื่น ๆ : ลิลัว (ภาคเหนือ), พลับพลึง
(ภาคกลาง), พลับพลึงดอกขาว
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :
พลับพลึง เป็นพรรณไม้ล้มลุกขึ้นเป็นกอ
และมีหัวอยู่ใต้ดิน ลำต้นกลมมีความกว้างประมาณ 15
ซม. และยาวประมาณ 30 ซม.
ใบพลับพลึง จะออกรอบ ๆ ลำต้น
ลักษณะใบแคบยาวเรียว ใบจะอวบน้ำ ขอบใบจะเป็นคลื่น ตรงปลายใบจะแหลม
ใบจะมีความยาวประมาณ 1 เมตร และกว้างประมาณ 10-15ซม.
ดอกพลับพลึง จะออกเป็นช่อ
ตรงปลายจะเป็นกระจุกมีประมาณ 12-40 ดอก
ตอนดอกยังอ่อนอยู่จะมีกาบเป็นสีเขียวอ่อน ๆ หุ้มอยู่ 2
กาบ ก้านช่อดอกจะมีความยาวประมาณ 90
ซม. ดอกมีความยาวประมาณ 15 ซม. กลีบดอกจะเป็นสีขาว และมีกลิ่นหอม
เกสรตัวผู้จะมีอยู่ 6 อัน ติดอยู่ที่หลอดดอกตอนโคน
ตรงปลายเกสรมีลักษณะเรียวแหลมยาวเป็นสีแดง โคนเป็นสีขาว ส่วนอับเรณูนั้น
จะเป็นสีน้ำตาล
ผลพลับพลึง ผลจะเป็นสีเขียวอ่อน
และผลค่อนข้างกลม
สรรพคุณพลับพลึง
ใบใช้เป็นยาระบาย
ใบใช้ลนไฟ ช่วยรักษาโรคไส้เลื่อนได้
(ใช้กันในแถบจังหวัดสุพรรณบุรี)
ช่วยรักษาโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะและน้ำดีได้
ช่วยขับเลือดประจำเดือนให้ออกมาจนหมด
ใบพลับพลึงสามารถนำมาใช้รักษาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย
กล้ามเนื้ออักเสบ
ใบใช้ทำเป็นยาประคบ สูตรแก้ปวดเมื่อย
เคล็ดขัดยอก แก้อาการวิงเวียนศีรษะ ช่วยบำรุงผิว ด้วยการใช้ใบพลับพลึง/ใบมะขาม/ใบส้มป่อย/ใบเปล้า/ใบหนาด/ขมิ้นชัน/ไพล/การบูร/ผิวมะกรูด/เกลือแกง
นำมาตำผสมกันแล้วทำเป็นยาประคบ
ใบใช้ทำเป็นยาประคบเพื่อคลายเส้น
ด้วยการใช้ใบพลับพลึง 8 บาท/ไพล 4บาท/อบเชย
2 บาท/ใบมะขาม 12
บาท/เทียนดำ 1 บาท/เกลือ 1
บาท นำมาตำห่อผ้าแล้วนึ่งให้ร้อน แล้วนำมาใช้ประคบเส้นที่ตึงให้คลายได้
ช่วยแก้อาการปวดบวม ฟกช้ำดำเขียว
อาการเคล็ดขัดยอก ข้อเท้าพลิกแพลงได้
ด้วยการใช้ใบพลับพลึงนำมานึ่งไฟให้ใบอ่อนตัวลง แล้วนำมาพันรอบบริเวณที่เจ็บ
ใช้ทำเป็นยาย่างช่วยรักษาอาการเลือดตกใน
ตกต้นไม้ หรือควายชน ด้วยการใช้ ใบพลับพลึง/ใบชมชื่น/ใบหนาด/ใบเปล้าใหญ่/ใบส้มป่อย
นำมาหั่นและตำแล้วนำไปทำยาย่าง
ช่วยแก้อาการปวดกระดูก
ด้วยการใช้ใบพลับพลึงตำผสมกับข่าและตะไคร้ นำไปหมกไฟแล้วนำมาพอกบริเวณที่ปวดกระดูก
รากพลับพลึงใช้พอกแผลได้
ด้วยการนำรากมาตำแล้วพอกบริเวณบาดแผล
ใบใช้ประคบแก้ถอนพิษได้ดี
รากพลับพลึงสามารถใช้รักษาพิษจากยางน่องได้
ใบพลับพลึงสามารถนำมาใช้กับคุณแม่ที่เพิ่งคลอดบุตรหรือการอยู่ไฟได้
ด้วยการใช้ใบประคบบริเวณหน้าท้อง จะช่วยทำให้มดลูกเข้าอู่เร็ว ทำให้น้ำคาวปลาแห้ง
ช่วยขับของเสียต่าง ๆ ออกจากร่างกายได้ นอกจากนี้ยังช่วยขจัดไขมันส่วนเกินได้อีกด้วย
ใบพลับพลึงมีสารในกลุ่มอัลคาลอยด์ที่ชื่อว่า Lycorine ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยต่อต้านไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคโปลิโอและโรคหัด
ประโยชน์ของพลับพลึง
ใช้ปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับเพื่อความสวยงามและให้กลิ่นหอม
ประโยชน์ในด้านของพิธีกรรมความเชื่อ
ก็มีการใช้ใบพลับพลึงนำมาซอยแล้วใส่ลงในขันน้ำมนต์
นำมาใช้ประพรมตัวเพื่อขับไล่ผีสางหรือสิ่งอัปมงคล
ในด้านของความเป็นศิริมงคล
มีการปลูกต้นพลับพลึงไว้ในบ้านเพื่อแก้เคล็ด ช่วยขับไล่สิ่งที่ไม่เป็นมงคล
ช่วยให้ชนะสิ่งไม่ดีทั้งปวงได้
กาบใบสีเขียวของพลับพลึงมีคุณสมบัติคล้ายใบตอง
สามารถนำมาใช้ทำเป็นงานฝีมือหรืองานประดิษฐ์ดอกไม้ได้ เช่น การทำกระทง งานแกะสลัก
เป็นต้น
ดอกพลับพลึงสามารถนำไปวัดหรือใช้บูชาพระได้
ดอกพลับพลึงมีกลิ่นหอม ช่อใหญ่และยาว
นิยมนำมาใช้จัดแจกัน ทำกระเช้าดอกไม้ หรือมอบให้เป็นช่อเดี่ยว ๆ แทนดอกลิลี่ก็ได้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น