วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560

ต้นธนนไชย : สมุนไพรแก้อาการผิดสำแดง รักษาโรคเหงือกและแผลในปาก

ต้นธนนไชย มีชื่ออื่นๆ เรียกเช่น ศรีธนนไชย (นครราชสีมา) พังพวยนก, พังพวยป่า, ลันไชย (ราชบุรี, ภาคใต้) รวงไซ, รางไซ, รางไทย (อุบลราชธานี) ลังไซ (ปราจีนบุรี)


ธนนไชย เป็นไม้หายากอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งพบมีการกระจายพันธุ์อยู่ในประเทศกัมพูชา และเวียดนาม ตามบริเวณที่มีสภาพดินเค็มของป่าผลัดใบ และที่ราบลุ่มแม่น้ำ หรือในพื้นที่ที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 50-200 เมตร สำหรับในประเทศไทยพบได้มากที่จังหวัดนครราชสีมา อุบลราชธานี ปราจีนบุรี ราชบุรี และประจวบคีรีขันธ์


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์


ธนนไชย เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กไปจนถึงขนาดกลาง ผลัดใบ เปลือกลำต้นมีสีน้ำตาลและแตกเป็นสะเก็ด มีความสูงของลำต้นประมาณ 5-15 เมตร


เรือนยอด รูปทรงกระบอก ค่อนข้างโปร่ง ลำต้นเปลา ตรง เปลือกนอกแตกเป็นสะเก็ดสี่เหลี่ยม สีน้ำตาล เปลือกในสีเหลืองริ้วชมพู กระพี้ สีเหลือง น้ำเลี้ยงใส  ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับ มีลักษณะเป็นรูปทรงรีหรือรูปไข่ โคนใบมน ปลายใบเว้า ขอบใบเรียบ แผ่นใบสีเขียวและนุ่ม มีเส้นแขนงใบประมาณ 9-13 คู่ มีขนาดความกว้างของใบประมาณ 2-4 ซม. ยาวประมาณ 4-8 ซม. บริเวณกิ่งอ่อนจะมีขนปกคลุม ก้านใบยาวประมาณ 3-5 มม. ออกเป็นใบเดี่ยวๆ เรียงเวียนสลับกันที่บริเวณปลายกิ่ง ดอก ออกเป็นช่อแบบช่อกระจะตามง่ามใบและปลายกิ่ง ยาว 4-8 ซม.มีสีขาวอมเหลือง ช่อดอกยาวประมาณ 5-10 ซม. มีกลีบดอกยาวประมาณ 2-3 มม. จำนวน 5 กลีบ กลีบเลี้ยงมีลักษณะเป็นรูปลิ่ม ปลายแหลม มีขนปกคลุม จำนวน 5 กลีบ เป็นดอกสมบูรณ์เพศ มีเกสรเพศผู้อยู่บริเวณกลางดอก 10 อัน ผลสด เมล็ดเดียวแข็ง มีลักษณะเป็นรูปทรงกลม แบน ปลายผลป้าน เปลือกผลมีขนปกคลุมเล็กน้อย ออกเป็นผลเดี่ยวๆ เมื่อผลแก่จะกลายเป็นสีม่วงหรือดำ ผลที่โตเต็มที่จะมีขนาดความกว้างประมาณ 1.5 ซม. ยาวประมาณ 1 ซม. สภาพนิเวศ  พบในป่าเบญจพรรณทางภาค ตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ ความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 50-600 ม.


การขยายพันธุ์ สามารถทำได้ด้วยการใช้เมล็ด การปักชำกิ่ง ธนนไชย เป็นพืชที่ชอบความชื้นในปริมาณสูง ต้องการได้รับแสงแดดแบบเต็มวัน


สรรพคุณต้นธนนไชย
ลำต้นหรือราก-ใช้ต้มน้ำดื่ม แก้อาการผิดสำแดง


เปลือก-ใช้ต้มน้ำผสมกับเกลือ ใช้รักษาโรคเหงือกและแผลในปาก


การใช้ประโยชน์ในงานย้อมสี
ยอดอ่อน-ใช้รับประทานเป็นผักสด        
ต้มสกัดน้ำย้อมจากเปลือกสดอัตรา 4-6 กิโลกรัม ต่อการย้อมไหม 1 กิโลกรัม นำเส้นไหมลงย้อมในน้ำย้อม แบบย้อมเย็นและย้อมร้อนตามลำดับ เสร็จแล้วจึงยกเส้นไหมขึ้นผึ่งให้เย็น จากนั้นล้างด้วยน้ำจนสะอาดดี ได้เส้นไหมสีชมพูอมน้ำตาลอ่อน และเป็นสีชมพูอมแดง เมื่อแช่เส้นไหมที่ย้อมแล้วในน้ำปูนใส สีที่ได้มีความคงทนต่อแสงและการซักระดับดีเช่นเดียวกัน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น