ต้นธนนไชย มีชื่ออื่นๆ เรียกเช่น ศรีธนนไชย
(นครราชสีมา) พังพวยนก, พังพวยป่า, ลันไชย
(ราชบุรี, ภาคใต้) รวงไซ, รางไซ, รางไทย
(อุบลราชธานี) ลังไซ (ปราจีนบุรี)
ธนนไชย เป็นไม้หายากอีกชนิดหนึ่ง
ซึ่งพบมีการกระจายพันธุ์อยู่ในประเทศกัมพูชา และเวียดนาม
ตามบริเวณที่มีสภาพดินเค็มของป่าผลัดใบ และที่ราบลุ่มแม่น้ำ
หรือในพื้นที่ที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 50-200
เมตร สำหรับในประเทศไทยพบได้มากที่จังหวัดนครราชสีมา อุบลราชธานี ปราจีนบุรี
ราชบุรี และประจวบคีรีขันธ์
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ธนนไชย เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กไปจนถึงขนาดกลาง ผลัดใบ
เปลือกลำต้นมีสีน้ำตาลและแตกเป็นสะเก็ด มีความสูงของลำต้นประมาณ 5-15
เมตร
เรือนยอด รูปทรงกระบอก ค่อนข้างโปร่ง ลำต้นเปลา
ตรง เปลือกนอกแตกเป็นสะเก็ดสี่เหลี่ยม สีน้ำตาล เปลือกในสีเหลืองริ้วชมพู กระพี้
สีเหลือง น้ำเลี้ยงใส ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับ มีลักษณะเป็นรูปทรงรีหรือรูปไข่
โคนใบมน ปลายใบเว้า ขอบใบเรียบ แผ่นใบสีเขียวและนุ่ม มีเส้นแขนงใบประมาณ 9-13
คู่ มีขนาดความกว้างของใบประมาณ 2-4 ซม. ยาวประมาณ 4-8
ซม. บริเวณกิ่งอ่อนจะมีขนปกคลุม ก้านใบยาวประมาณ 3-5
มม. ออกเป็นใบเดี่ยวๆ เรียงเวียนสลับกันที่บริเวณปลายกิ่ง ดอก ออกเป็นช่อแบบช่อกระจะตามง่ามใบและปลายกิ่ง ยาว 4-8 ซม.มีสีขาวอมเหลือง ช่อดอกยาวประมาณ 5-10
ซม. มีกลีบดอกยาวประมาณ 2-3 มม. จำนวน 5
กลีบ กลีบเลี้ยงมีลักษณะเป็นรูปลิ่ม ปลายแหลม มีขนปกคลุม จำนวน 5
กลีบ เป็นดอกสมบูรณ์เพศ มีเกสรเพศผู้อยู่บริเวณกลางดอก 10
อัน ผลสด เมล็ดเดียวแข็ง มีลักษณะเป็นรูปทรงกลม แบน
ปลายผลป้าน เปลือกผลมีขนปกคลุมเล็กน้อย ออกเป็นผลเดี่ยวๆ
เมื่อผลแก่จะกลายเป็นสีม่วงหรือดำ ผลที่โตเต็มที่จะมีขนาดความกว้างประมาณ 1.5
ซม. ยาวประมาณ 1 ซม. สภาพนิเวศ
พบในป่าเบญจพรรณทางภาค ตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือ ที่
ความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 50-600 ม.
การขยายพันธุ์ สามารถทำได้ด้วยการใช้เมล็ด การปักชำกิ่ง
ธนนไชย เป็นพืชที่ชอบความชื้นในปริมาณสูง ต้องการได้รับแสงแดดแบบเต็มวัน
สรรพคุณต้นธนนไชย
ลำต้นหรือราก-ใช้ต้มน้ำดื่ม แก้อาการผิดสำแดง
เปลือก-ใช้ต้มน้ำผสมกับเกลือ
ใช้รักษาโรคเหงือกและแผลในปาก
การใช้ประโยชน์ในงานย้อมสี
ยอดอ่อน-ใช้รับประทานเป็นผักสด
ต้มสกัดน้ำย้อมจากเปลือกสดอัตรา 4-6 กิโลกรัม ต่อการย้อมไหม 1 กิโลกรัม นำเส้นไหมลงย้อมในน้ำย้อม แบบย้อมเย็นและย้อมร้อนตามลำดับ เสร็จแล้วจึงยกเส้นไหมขึ้นผึ่งให้เย็น จากนั้นล้างด้วยน้ำจนสะอาดดี ได้เส้นไหมสีชมพูอมน้ำตาลอ่อน และเป็นสีชมพูอมแดง เมื่อแช่เส้นไหมที่ย้อมแล้วในน้ำปูนใส สีที่ได้มีความคงทนต่อแสงและการซักระดับดีเช่นเดียวกัน
ยอดอ่อน-ใช้รับประทานเป็นผักสด
ต้มสกัดน้ำย้อมจากเปลือกสดอัตรา 4-6 กิโลกรัม ต่อการย้อมไหม 1 กิโลกรัม นำเส้นไหมลงย้อมในน้ำย้อม แบบย้อมเย็นและย้อมร้อนตามลำดับ เสร็จแล้วจึงยกเส้นไหมขึ้นผึ่งให้เย็น จากนั้นล้างด้วยน้ำจนสะอาดดี ได้เส้นไหมสีชมพูอมน้ำตาลอ่อน และเป็นสีชมพูอมแดง เมื่อแช่เส้นไหมที่ย้อมแล้วในน้ำปูนใส สีที่ได้มีความคงทนต่อแสงและการซักระดับดีเช่นเดียวกัน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น