ลักษณะของแพงพวยน้ำ
ต้นแพงพวยน้ำ
มีเขตการกระจายพันธุ์ทั่วไปในเขตร้อนของทวีปเอเชีย ในประเทศไทยสามารถพบได้ทุกภาค
โดยจัดเป็นพรรณไม้เถาเลื้อยหรือไม้ล้มลุกที่อาศัยอยู่ในน้ำ
มีลำต้นทอดยาวไปตามผิวน้ำหรือบนดินเหลว มีความสูงของต้นประมาณ 30-60
เซนติเมตร ลำต้นไม่มีขนปกคลุม ลำต้นเรียบเป็นสีเขียวอมสีแดงเล็กน้อย ลักษณะอวบน้ำ
เป็นรูปกลม เป็นข้อปุ่ม
ตามข้อของลำต้นจะมีรากแก้วเป็นฝอยและมีปุ่มที่ช่วยในการพยุงตัว
ทำให้สามารถลอยน้ำได้ ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดและวิธีการแยกลำต้นปลูก
มักขึ้นบนดินโคลนตามข้างทาง ทุ่งนา หรือตามห้วย หนอง คลองบึงต่าง ๆ
(ในช่วงที่น้ำในนาและหนองบึงแห้งแล้ง ต้นแพงพวยน้ําก็ยังคงอยู่ได้
แม้ต้นจะแคระแกร็นและแข็ง นับว่าเป็นต้นไม้ที่มีความทนทานมากชนิดหนึ่ง)
ใบแพงพวยน้ำ ใบเป็นใบเดี่ยว
ออกเรียงสลับ ลักษณะของใบเป็นรูปไข่กลับ ปลายใบมนรีหรือกลมมน
โคนใบเรียวสอบเข้าหาก้านใบ ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 0.5-2.5
เซนติเมตรและยาวประมาณ 1.5-5 เซนติเมตร ผิวใบเรียบ หน้าใบเป็นสีเขียวเข้มเป็นมัน
ดอกแพงพวยน้ำ ดอกเป็นดอกเดี่ยว
โดยจะออกตามง่ามใบ ก้านดอกมีความยาวประมาณ 2-3
เซนติเมตร ดอกเป็นสีขาว ใจกลางของดอกเป็นสีเหลืองอ่อน ดอกมีกลีบดอก 5
กลีบ แตกออกเป็นแฉก 5 แฉก ลักษณะของกลีบดอกเป็นรูปไข่กลับ
ยาวประมาณ 12 มิลลิเมตร ตั้งชูออกจากข้อ ดอกมีกลีบเลี้ยง 5
กลีบห่อหุ้มอยู่ มีเกสรเพศผู้ 10 ก้าน เพศเมีย 1
ก้าน มีรังไข่ 5 อัน อยู่ส่วนล่างของเกสร
สามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี
ผลแพงพวยน้ำ ลักษณะของผลเป็นรูปกลมยาวแบบทรงกระบอก
หรือเป็นรูปหลอดยาวคล้ายเทียนนา ยาวได้ประมาณ 2-3
เซนติเมตร มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3
มิลลิเมตร ภายในผลมีเมล็ดจำนวนมาก ลักษณะของเมล็ดมีรูปร่างไม่แน่นอน
และเป็นสีดำหรือสีน้ำตาล
สรรพคุณของแพงพวยน้ำ
ทั้งต้นมีรสจืด เป็นยาเย็น
ออกฤทธิ์ต่อปอดและกระเพาะปัสสาวะ ใช้เป็นยาแก้ร้อนใน กระหายน้ำ
ด้วยการใช้ต้นสดนำมาตำคั้นเอาน้ำ 60-120
กรัม ผสมกับน้ำผึ้งเดือนห้าอุ่นให้อุ่นใช้กินเป็นยา
แก้ไข้หวัดตัวร้อน ไอแห้ง ให้ใช้ทั้งต้น 30
กรัม นำมาต้มกับน้ำกิน
ใบมีสรรพคุณดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ แก้ไข้พิษร้อน
ช่วยแก้อาการปวดฟัน ด้วยการใช้ทั้งต้น 60
กรัม นำมาต้มกับน้ำกิน
ทั้งต้นช่วยแก้บิด ช่วยแก้อาการท้องผูก ด้วยการใช้ต้นสด
นำมาตำคั้นเอาน้ำ 60-120 กรัม ผสมกับน้ำผึ้งเดือนห้า
แล้วอุ่นกิน
ทั้งต้นเป็นยาขับปัสสาวะ แก้โรคทางเดินปัสสาวะ
ช่วยแก้โรคหนองใน ปัสสาวะเป็นหนอง
ด้วยการใช้ต้นสด 30 กรัม น้ำตาลกรวด 15
กรัม นำมาต้มรวมกัน ใช้กินหลังอาหาร วันละ 2
ครั้ง
ช่วยแก้ดีซ่านอันเกิดจากพิษสุรา
ด้วยการใช้ต้นสด 1 กำมือ นำมาคั้นเอาน้ำผสมกับน้ำผึ้งเดือนห้ากิน
ใช้แก้แผลหกล้ม แผลเน่าเปื่อย แผลอักเสบอื่น ๆ
ด้วยการใช้ต้นสดนำมาตำพอกบริเวณแผล
ช่วยแก้พิษงู งูกัด แมลงสัตว์กัดต่อย
สุนัขบ้ากัด ด้วยการใช้ต้นสดล้างสะอาด 1-2
กำมือ นำมาตำคั้นเอาแต่น้ำกิน ส่วนกากที่เหลือนำมาพอกบริเวณแผล
ใบใช้พอกดับพิษปวดแสบปวดร้อน
ใช้ทั้งต้นรักษาโรคงูสวัด
ทั้งต้นใช้ตำพอกแก้กลากน้ำนม
ช่วยแก้ฝีหนองภายนอกบริเวณผิวหนัง
ฝีหัวดาวหัวเดือน แก้เด็กเป็นฝี มีหัวกลัดหนอง ยังไม่แตก โรคผิวหนังต่าง ๆ
ด้วยการใช้ต้นสดนำมาตำพอกบริเวณที่เป็น
ช่วยแก้ผดผื่นคัน ออกหัด มีไข้ตัวร้อน ไข้ไม่ลด
ให้ใช้ต้นสด 60 กรัม นำมาตำคั้นเอาแต่น้ำ นำไปนึ่งก่อนกิน
วิธีใช้สมุนไพรแพงพวยน้ำ
การเก็บมาใช้
ให้เก็บในช่วงกำลังออกดอกและลำต้นงอกงามดีแล้ว แล้วนำมาล้างให้สะอาด
ตากให้แห้งเก็บเอาไว้ใช้ หรือจะใช้แบบสด ๆ เลยก็ได้
ลักษณะของยาแห้งที่ดี
ควรมีลักษณะของลำต้นยาวและอวบอ้วน มีความกว้างประมาณ 3-5
มิลลิเมตร สีออกน้ำตาลแดง มีรอยย่นทั้งตามยาวและตามขวาง มีเนื้อนิ่ม
ตามใต้ข้อมีรากแห้งเป็นฝอยสีดำคล้ายเส้นผม กลีบมันร่วงง่าย และมักร่วงหายหมดไป
ประโยชน์ของแพงพวยน้ำ
ยอดอ่อน ใบอ่อน และลำต้นอ่อนของแพงพวยน้ํา
นำมาลวกให้สุกแล้วนำมาทำยำ จิ้มกินกับน้ำพริก หรือใช้ประกอบอาหารได้ เช่น แกงส้ม
ฯลฯ โดยคุณค่าทางโภชนาการของส่วนที่รับประทานได้ ต่อ 100
กรัม ประกอบไปด้วยพลังงาน 38 แคลอรี, น้ำ
87%, โปรตีน 3.3
กรัม, ไขมัน 4.8
กรัม, คาร์โบไฮเดรต 4.8
กรัม, ใยอาหาร 3.3
กรัม, เถ้า 1
กรัม, วิตามินเอ 9,875
หน่วยสากล, วิตามินบี2 0.01
มิลลิกรัม, วิตามินบี3 2.8
มิลลิกรัม, วิตามินซี 3
มิลลิกรัม, แคลเซียม 57
มิลลิกรัม, ฟอสฟอรัส 300
มิลลิกรัม และธาตุเหล็ก 1.3 มิลลิกรัม
ชาวบ้านจะใช้ลำต้นผสมกับกะปิ เติมน้ำเล็กน้อย
แล้วนำไปให้วัวควายกินเป็นยารักษาโรคปากเปื่อยและเท้าเปื่อย
ใช้ปลูกเป็นไม้น้ำประดับทั่วไปตามแหล่งน้ำ
หรือใช้ประดับในอ่างเลี้ยงปลา สวนหย่อม สามารถออกดอกได้ตลอดปี
ข้อควรระวังในการนำแพงพวยน้ำมาใช้
เนื่องจากแพงพวยน้ำเป็นผักที่ใช้รับประทานสดและเป็นไม้น้ำ
หากเกิดขึ้นในบริเวณแหล่งน้ำที่ไม่สะอาด ในแหล่งน้ำชุมชนที่มีสารพิษ
หรือมีไข่พยาธิ ไม่ควรเก็บมาใช้หรือกิน และก่อนนำมากินควรล้างผักให้สะอาดเสียก่อน
ด้วยการแช่น้ำด่างทับทิม
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น